เจาะลึกทัพ ”หงส์เเดง” ยุคไร้เทียมทานหลังผ่านครึ่งซีซั่น


หรือเขาจะมาแน่?

บทวิเคราะห์ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกอังกฤษในขณะนี้ หลังจากผ่านครึ่งทางของฤดูกาล 2018/19


พรีเมียร์ลีก ผ่านไป 19 นัด ลิเวอร์พูล จบครึ่งฤดูกาลแรกไปอย่างเกินความคาดหมาย นำเป็นจ่าฝูง ชนะ 16 นัด เสมอ 3 นัด ยังไม่แพ้ใคร นำอันดับ 2 ที่กลับกลายเป็น สเปอร์ส อยู่ 6 แต้ม

51 แต้ม ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ได้มาหลังผ่านการเล่นไป 19 นัด และลองย้อนกลับไปว่าหงส์แดงแข่งกี่นัดถึงจะเก็บได้ 51 แต้ม

2017-2018: 26 นัด

2016-2017: 27 นัด

2015-2016: 32 นัด

2013-2014 (จบที่ 2): 26 นัด

2008-2009 (จบที่ 2): 24 นัด


แผนการเล่น

ลิเวอร์พูล ยึดในแผนการเล่น 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 มาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล จังหวะการเล่น อาจจะไม่ได้เร้าใจ หรือ เพรซซิ่งคู่แข่งตลอด 90 นาที ก็จริง แต่ฤดูกาลนี้ ด้วยความมั่นใจในเกมรับ ลิเวอร์พูล รู้จักใช้จังหวะในการคุมเกม และเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ต่อบอลเข้ามาบ้าง แต่จะไม่ให้นานเกิน 5-10 นาที ก่อนที่จะกลับมาครองบอลอีกรอบ ซึ่งเป็นแผนการเล่นที่ค่อนข้างสมดุล


มีการหมุนเวียนนักเตะทั้งหมด 21 คน ลงในสนาม

  • ผู้รักษาประตูใช้เพียงคนเดียว คือ อลิซซอน (19 นัด = 1,710 นาที)
  • แบ็คขวา มีการหมุนเวียนสลับกัน ทั้งโกเมซ และไคลน์ในระยะหลัง โดยใช้ เทรนด์ อาโนลด์ มากที่สุด (14 นัด = 1,234 นาที) แต่แบ็คซ้าย เป็น แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เป็นหลัก (17 นัด = 1,522 นาที)
  • เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ฟาน ไดจ์ เป็นตัวหลัก (19 นัด = 1,675 นาที) และสลับอีกคนมาคอยยืนคู่ตามอาการบาดเจ็บ
  • กองกลาง ลิเวอร์พูล สลับหมุนเวียนกองกลาง 6 คน (รวมลัลลาน่า) + 1 ชากิรี่ ลงใน 3 ตำแหน่ง แต่คนที่ได้ลงสนามมากที่สุด คือ ไวจ์นัลดุม (18 นัด = 1,430 นาที) รองลงมาเป็น เจมส์ มิลเนอร์ (16 นัด = 1,068 นาที)
  • กองหน้า ลิเวอร์พูล แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง สามประสานแดนหน้า โดยทั้ง ซาล่าห์ (19 นัด = 1,579 นาที) เฟอร์มิโน่ (19 นัด = 1,431 นาที) และ มาเน่ (17 นัด = 1,438 นาที)

นักเตะยอดเยี่ยม

นักเตะทุกคนของลิเวอร์พูลล้วนมีส่วนทำให้ลิเวอร์พูลบินสูงอยู่ในขณะนี้ แต่สถิติลงสนามด้านบน เป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่า ใครควรจะได้รับเครดิตมากที่สุดตรงนี้ของลิเวอร์พูล

  1. อลิซซอน ลงสนาม 19 นัด ไม่เสียประตู 12 นัด และเสียไปเพียง 7 ประตู ถือเป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของ อลิซซอน เป็นอย่างดี โดย เมือเทียบกับ เกป้า (ไม่เสียประตู 8 นัด) และ เอเดอร์ซอน (ไม่เสียประตู 8 นัด) อลิซซอน ยังทำได้ดีกว่า ใน จำนวนลูกเซฟ 45-41-32 %เ ซฟสำเร็จ 86.54-71.93-68.09 ซึ่ง 2 ลูก ที่อลิซซอน เสียเกิดจากความผิดพลาดส่วนตัว ผู้เขียนเองในตอนแรกไม่คาดคิดว่า ผู้รักษาประตูแค่ 1 คน จะสามารถเปลี่ยนทีมได้มากมายเช่นนี้ และ อลิซซอน ก็ทำให้รู้สึกว่าคิดผิด…
  2. เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวสูงที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งการเสริมตัวที่ดีที่สุดของหงส์แดง จากฟอร์มการเล่นทำให้ลืมเรื่องราคาค่าตัวไปโดยปริยาย โดยเมื่อเทียบกับกองหลังที่เล่นทั้ง 19 นัด อย่าง ลาปอร์ต (แมนฯซิตี้) หรือ รูดิเกอร์ (เชลซี) ฟาน ไดค์ทำได้ดีกว่าทุกอย่าง และกลายเป็นหัวใจในเกมรับที่ลิเวอร์พูลจะขาดไปเสียไม่ได้แล้วในตอนนี้
  3. แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ใครจะคิดว่า แบ็คซ้ายตัวจิ๋ว เจ้าของค่าตัว 8 ล้านปอนด์ และกัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์ จะเข้ามาเป็นขวัญใจของเดอะค็อป ได้อย่างรวดเร็ว การลงสนามเป็นตัวหลัก 17 นัดของลิเวอร์พูล เมื่อเทียบกับ นักเตะในตำแหน่งเดียวกัน อย่าง มาร์กอส อลองโซ่ (เชลซี) หรือ ฟาน แวน โฮลท์ (คริสตัลพาเลซ) และ เบน ชิลเวลล์ (เลสเตอร์) ไม่น่าเชื่อว่า โรเบิร์ตสัน ที่ยังไม่เคยได้รับใบเหลืองแม้แต่ใบเดียว สถิติในเกมบุก เป็นรอง อลองโซ่ เพียงคนเดียว แต่เรื่องอื่นๆดีกว่าทั้งหมด และถ้าพูดถึงเรื่องความครบเครื่อง ผมเชื่อว่า เค้าน่าจะเป็นว่าที่ แบ็คซ้าย ที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษในเวลานี้ได้
  4. จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม นักเตะผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง…. นับตั้งแต่ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาอยู่กับลิเวอร์พูล ถึงแม้ว่าสถิติการยิงประตูจะดูด้อยลงไป แต่ ไวน์ดาลดุม ได้เพิ่มพลังแฝงให้กับลิเวอร์พูล มิดฟิลด์ทีมชาติฮอลแลนด์ผู้นี้ วิ่งขึ้นวิ่งลง คอยบัญชาเกม และขับเคลื่อนเกมของลิเวอร์พูลอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนกับทำให้เกมรุก และรับของลิเวอร์พูล ง่ายขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
  5. โม ซาล่าห์ ก่อนเริ่มฤดูกาล ไม่มีใครเชื่อว่า โม ซาล่าห์ จะสามารถทำได้เหมือนกับในฤดูกาลก่อน แต่ถึงแม้ว่า มันจะไม่เท่าทัดเทียมกับฤดูกาลก่อน แต่ดูเหมือนว่า โม ซาล่าห์ จะเป็นหนึ่งคนที่ลิเวอร์พูลขาดไม่ได้แล้วในตอนนี้ 12 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ เมื่อเทียบกับ อีกสองคนในแดนหน้า มาเน่ (7 ประตู 1 แอสซิสต์) กับ เฟอร์มิโน่ (4 ประตู 3 แอสซิสต์) ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลยังต้องการให้ซาล่าห์ ลงสนามเป็นตัวหลักอย่างต่อเนื่อง..และแฟนฟุตบอลทุกคนต้องภาวนาให้ ซาล่าห์มีความพร้อมในทุกๆนัด

จุดอ่อน

จุดอ่อน ของลิเวอร์พูล ซึ่งดูเหมือนปีนี้ จะเป็นการตั้งใจให้เป็นจุดอ่อน คือการเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ มีโอกาสได้ทำเกม และยิงประตู มากกว่าในฤดูกาลก่อน….

แต่ความแข็งแกร่งในเกมรับ ทำให้คู่แข่ง ได้แต่ลูกยิงที่ยาก หรือครองบอลแต่ไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก

การขึ้นนำ แต่นำไม่ขาด ในครึ่งฤดูกาลแรกไม่ส่งผลเสียมากนัก แต่ใครจะรู้ว่า ในครึ่งฤดูกาลหลังมันอาจจะเป็นปัจจัยโดยตรงกับการลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูลก็เป็นได้

อีก 1 จุดที่ลิเวอร์พูล ต้องระวัง คือ อาการบาดเจ็บของ ซาล่าห์ และ ฟานไดค์ (มาเน่) 2 คนแรก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถยอมให้มีอาการบาดเจ็บในระยะยาวได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากมีใครซักคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ มันจะส่งผลกระทบต่อลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน

กรณีของมาเน่ การมีมาเน่ ทำให้ซาล่าห์เล่นง่ายขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย


การเสริมทัพ

สองตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูล หากสามารถเสริมทัพได้ ควรจะได้รับการพิจารณาคือ ตำแหน่งของ ซาล่าห์ และ ฟานไดค์ นั่นเอง

ดูเหมือนว่า เปิดตลาดรอบนี้ อาจจะมีผู้เล่นให้เลือกได้ไม่มากนัก แต่ในการลุ้นแชมป์ในระยะยาว บางที 2 ตำแหน่งนี้ ก็อาจจะมีความจำเป็น ก็เป็นได้


นัดที่เหลือ

ผ่านไป 19 นัด ลิเวอร์พูล เก็บไป 51 คะแนน ในนัดที่เหลืออีก 19 นัด ตามทฤษฎี ลิเวอร์พูลสามารถทำคะแนนหล่นได้ 5 คะแนน (แพ้ 1 เสมอ 1)

คาดว่าเกมในบ้านของลิเวอร์พูล กับทีมที่ไม่ใช่ 6 อันดับแรก น่าจะเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูล ต้องเก็บชัยชนะเข้ามาอยู่ในกระเป๋าให้ได้ในเบื้องต้น เช่นเดียวกับ การไปเยือนทีมที่อยู่ในครึงล่างของตารางเช่นกัน หากเป็นไปอย่างคาด เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล จะเหลืองานที่คาดว่ายาก และอาจจะเสียแต้ม ได้อยู่ 8 นัด

(เหย้า) อาร์เซนอล, (เยือน) แมนฯซิตี้, (เยือน) ไบร์ทตัน, (เยือน) เวสต์แฮม, (เยือน) เอฟเวอร์ตัน, (เหย้า) สเปอร์ส, (เหย้า) เชลซี

(ขออนุญาต ใส่ชื่อ ไบร์ทตัน กับ เวสต์แฮม ซึ่งคิดว่าไม่ใช่งานง่ายลงไปด้วย ตามความคิดเห็นส่วนตัว)

24 แต้มในนี้ เชื่อว่า ถ้าลิเวอร์พูล เก็บได้ซัก 15 แต้ม ก็น่าจะสามารถลุ้นคว้าแชมป์ได้ นั่นแปลว่า 2 เกม กับ อาร์เซนอล และ แมนซิตี้ ที่กำลังจะเกิดขึ้น น่าจะเป็นตัวบอกความสำเร็จในฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลได้เป็นอย่างดี….


Powered by UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน