6 การเปลี่ยนแปลง หลังการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้ายของอาร์เซนอล

6 การเปลี่ยนแปลง หลังการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้ายของอาร์เซนอล

เรามาดูกันดีกว่าว่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง หลังจากที่ทัพปืนใหญ่คว้าแชมป์ลีกครั้งสุดท้ายได้เมื่อ 14 ปีที่แล้ว

การคว้าแชมป์ครั้งล่าสุดของอาร์เซนอล ที่เกิดขึ้นในปี 2004 ได้สร้างปรากฏการณ์แชมป์ไร้พ่ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของพรีเมียร์ชิพ และถือเป็นทีมที่สองของลีกสูงสุดอังกฤษที่ทำได้ต่อจากเปรสตัน ที่ทำไว้เมื่อ ซีซั่น 1888-1889 ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า หลังจากนั้น ขุนพลปืนโตก็ไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกเลย มิหนำซ้ำยังต้องลดเป้าหมายลงเหลือเพียงแค่ติดท็อป 4 เท่านั้น

เรามาย้อนกลับไปดูว่า ในสมัยที่ อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ครั้งล่าสุด มีอะไรเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างจนถึงปัจจุบัน

การแจ้งเกิดของ เคธี่ ไพรซ์

เคธี่ ไพรซ์ ดารา นักร้อง นักแสดง และนางแบบสาวชาวอังกฤษ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากหลังจากการคว้าแชมป์ของอาร์เซนอลในปีนั้น ทั้งในบทบาทของนักร้องและนักแสดง รวมถึงหนังสือชีวประวัติของเธอ

ไพรซ์ คว้ารางวัล นางแบบสุดฮ็อตจากแม็กกาซีน Loaded นิตยสารไลฟ์สไตล์ของผู้ชาย ในปี 2004 รวมถึงหนังสือชีวประวัติของเธอก็ได้เข้าชิงรางวัลหนังสือชีวประวัติยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2005 และรางวัลต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงข่าวฉาวต่างๆ ของเธอ ที่ยิ่งทำให้เธอโด่งดังเป็นพลุแตกอยู่ในอังกฤษจนถึงทุกวันนี้ สวนทางกับพลพรรคปืนโตที่ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกได้อีกเลยนับแต่นั้นมา


การแขวนสตั๊ดของ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า และจุดเริ่มต้นของบทบาทผู้จัดการทีมที่คว้าแชมป์มากว่า 14 ถ้วย

นับตั้งแต่แขวนสตั๊ดในปี 2006 เป๊บก็เริ่มต้นบทบาทของผู้จัดการทีมกับบาร์เซโลน่า เบ ก่อนถูกดันขึ้นชุดใหญ่ และเริ่มสร้างตำนานคว้าแชมป์ต่างๆ มากมาย ทั้งแชมป์ลา ลีกา 3 สมัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย และสแปนิช คัพ อีก 2 สมัย

หลังอิ่มตัวกับบาร์เซโลน่า เป๊บก็ย้ายที่ทำมาหากินมาอยู่กับบาเยิรน์ มิวนิค และยังช่วยให้ทีมเสือใต้คว้าแชมป์บุนเดสลีก 3 สมัย รวมถึงเดเอฟเบ โพคาล อีก 2 สมัย ก่อนจะย้ายมาอยู่กับแมนฯ ซิตี้ และพาทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร้อยแต้มไปครองอย่างยิ่งใหญ่ในซีซั่นที่ผ่านมา


การตกชั้นของยูเวนตุส

ยูเวนตุสถูกปรับตกชั้นจากเซเรีย อา ด้วยคดีอื้อฉาวจากการล็อคผลผู้ตัดสิน ในฤดูกาล 2005/06 ก่อนทีมจะเลื่อนชั้นกลับมาสู่เซเรีย อา ได้อีกครั้งในซีซั่นถัดมา และสามารถกลับมาคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้ 7 สมัยซ้อน อีกทั้งยังเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีกสองสมัย ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา


ผมของอาร์เยน ร็อบเบน

ในช่วงที่อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ลีกครั้งล่าสุด หากใครลองย้อนกลับไปดู อาร์เยน ร็อบเบนในช่วงนั้น จะเห็นภาพของนักฟุตบอลดาวรุ่งจากเชลซีที่มีผมเต็มหัว จนในปัจจุบัน ที่ผมของร็อบเบนร่วงหมดหัวแล้ว อาร์เซนอลก็ยังคว้าแชมป์ลีกไม่ได้อีกเลยนับแต่นั้น


การกำเนิดของไอโฟน

แอปเปิ้ลของ สตีฟ จ๊อบในตอนนั้น เริ่มวางแผนการในการสร้างไอโฟน ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2004 ก่อนจะเริ่มเผยโฉมในเดือนมกราคม 2007 พร้อมด้วยการออกวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน และได้พัฒนามาจนถึงรุ่นล่าสุดในปัจจุบันอย่าง ไอโฟน X แต่อาร์เซนอลก็ยังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งไม่ได้เลย


การคว้าแชมป์ครั้งล่าสุดของสเปอร์ส

ในขณะที่อาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งล่าสุดในปี 2004 แต่คู่รักคู่แค้นร่วมเมืองลอนดอนของพวกเขาอย่างสเปอร์ส กลับมีอาการหนักยิ่งกว่า เมื่อพวกเขาสามารถทำได้เพียงการคว้าแชมป์ลีก คัพ ในปี 2008 ด้วยการเอาชนะเชลซีในช่วงต่อเวลาพิเศษ และไม่เคยคว้าแชมป์ใดๆ ได้อีกเลยนับแต่นั้นมา

Powered by UFABET


ฝ่าฟอร์มแข้ง “ช้างศึก” รอบแรกซูซูกิคัพ 2018

ฝ่าฟอร์มแข้ง “ช้างศึก” รอบแรกซูซูกิคัพ 2018

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ในฐานะแชมป์กลุ่มบี จากผลงาน ชนะ 3 เสมอ 1 ก่อนจะเข้าไปพบกับ มาเลเซียในรอบต่อไป โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ผ่าฟอร์มของนักเตะทีมชาติไทยในรอบแรกที่ผ่านมา ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไรบ้าง

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

เริ่มกันที่ตำแหน่งผู้เฝ้าประตู ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้ออกตัวตัวจริงใน เกมแรก ก็นับว่าปฏิบัติภารกิจก้าวหน้า เก็บคลีนซีดเซียวได้ นัดหมายในเกมเปิดบ้านชนะ ตำหนิมอร์ฯ 7-0 ซึ่งก็เกือบจะไม่ค่อยได้ปฏิบัติภารกิจอะไร ระหว่างที่เกมชนะ อินโดนีเซีย เสียไป ประตู ก็ดูเหมือนจะทำให้ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่นไปบ้าง แม้กระนั้นฟอร์มโดยรวมก็ยังอยู่ในกฏเกณฑ์ที่ดี

ผลงาน : ปรับอีกนิด


ฉัตรชัย บุตรพรม

นี่เป็นนายทวารที่ถูกแฟนบอลคนไทยเชียร์ให้ยึดมือชั้นยอดเยอะที่สุด โดยเขาได้ลงไปในสนาม เกม โดยเกมแรกเสียไป ประตูที่หลายท่านเห็นว่าคงจะทำเป็นดีมากยิ่งกว่านี้ ในตอนที่เกมลำดับที่สองก็เก็บคลีนซีดเซียวได้ ซึ่ง “เจ้าบอย” ฉัตรชัย ก็มีจังหวะเซฟหลักๆหลายครา ช่วงเวลาเดียวกันก็มีจังหวะลูกเหวให้มองเห็นอยู่บ้าง รอบถัดไปก็จะต้องมีสมาธิให้มากมายว่านี้

ผลงาน : ปรับอีกนิด


เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว

กัปตันกลุ่มชาติไทยลงไปในสนามตัวจริงครบทุกเกม พร้อมทั้งเป็นส่วนสำคัญของเกมรับให้กับกลุ่มชุดนี้ ซึ่งในรอบแรกก่อนหน้าที่ผ่านมาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบางจังหวะที่บกพร่องไปบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งบอล แต่ว่าจังหวะเข้าสกัดรวมทั้งอ่านเกมก็นับว่าทำเป็นอย่างดีเยี่ยม

ผลงาน : ผ่าน


พรรษา เหมวิบูลย์

มิได้เล่นแค่นัดแรกเกมเดียวสำหรับ พรรษา เหมวิบูลย์ จากนั้นก็ยึดตัวหลักตลอดใน เกมข้างหลัง พร้อมด้วยทำผลงานได้ดีเยี่ยมในเกมรับที่ติดต่อประสานงานกับ เฉลิมพงษ์ ได้อย่างพอดี ที่สำคัญก็ขึ้นมาทำแต้มในจังหวะเซตเพลย์ได้ 2ลูกในรอบแรก

ผลงาน : ผ่าน


มานูเอล ทอม เบียห์ร

โชคร้ายที่เล่นได้เพียงแต่เกมเดียวในนัดที่ชนะ ติมอร์ฯ 7-0 ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บจนจะต้องถอนตัวออกมาจากกลุ่มชุดนี้ ซึ่ง 90 นาทีในรายการนี้ของ มานูเอล ทอม เบียห์ร ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ดิบได้ดี หยุดเกมรุกของติมอร์ฯ ได้อยู่มือ

ผลงาน : ผ่าน


กรกช วิริยะอุดมศิริ

ยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวหลักให้กับทีมตลอดในรอบแรก ลงสนามครบทั้ง 4 เกม ซึ่งอาจจะไม่ใช่แบ็คสไตล์จอมบุ๊ค แต่ความแม่นยำในการวางบอลของเจ้าตัวก็เป็นทีเด็ดของทีมได้ในหลายจังหวะ ขณะที่เกมรับก็ทำได้อย่างดีในการหยุดเกมรุกคู่แข่ง

ผลงาน : ผ่าน


ฟิลิป โรลเลอร์

แบ็คขวาจอมบุกเล่นแบบเต็มเกมใน 3นัดแรก ส่วนเกมล่าสุดก็ลงสำรองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่ง ฟิลิป โรลเลอร์ ก็ถือว่าทำผลงานได้ดี แม้ว่าจังหวะเติมเกมบุกช่วยทีมจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง แต่หลายๆครั้งที่เจ้าตัวเติมก็สร้างความปั่นป่วนให้กับเกมรุกคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ขณะที่เกมรับก็เอาชนะคู่แข่งได้ตลอด

ผลงาน : ผ่าน


มิก้า ชูนวนศรี

ได้ลงสนามในเกมนัดสุดท้ายที่เอาชนะ สิงคโปร์ 3-0 สำหรับ มิก้า ชูนวนศรี ซึ่งก็ทำผลงานได้ดี นั้นก็ทำให้อุ่นใจสำหรับตำแหน่งแบ็คขวา ที่ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิป หรือ มิก้า ใครลงสนามก็ได้

ผลงาน : ผ่าน


ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

ตัวตัดเกมที่ดีที่สุดของเมืองไทยในเวลานี้ สำหรับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์​ โดยในรอบแรกที่ผ่านมาก็เล่นได้อย่างดุดันในจังหวะเข้าสกัดบอลทำลายเกมคู่ต่อสู่ ถือเป็นคนที่ช่วยแบ่งเบาภาระของแผงกองหลังได้เป็นอย่างดี มีเพียงเกมที่บุกเสมอ ฟิลิปปินส์ 1-1 เท่านั้นที่ดูจะลดความดุดันลงไปก็เนื่องจากมีใบเหลือติดตัวตั้งแต่ต้นเกม

ผลงาน : ผ่าน


ธนบูรณ์ เกษารัตน์

นี่คือกองกลางที่เป็นตัวเชื่อมเกมให้กับทีม มีส่วนทั้งจังหวะการเล่นเกมรับและจังหวะช่วยสนับสนุนเกมรุก แม้ว่าจะไม่โดดเด่น แต่ก็เป็นเหมือนคนที่ค่อยปิดทองหลังพระ ซัพพอร์ตให้ ฐิติพันธ์ และ สรรวัชร์​ได้ระเบิดฟอร์มอย่างเต็มที่

ผลงาน : ผ่าน


ปกเกล้า อนันต์

ลงสนาม 3 นัดในรอบแรก โดยเป็นการออกสตาร์ทตัวจริง 1 เกม ก็ถือว่าทำผลงานได้ตามมาตรฐาน เก็บบอลและประสานงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี พร้อมกับยิงไป 1ลูกในเกมชนะ อินโดนีเซีย 4-2 ถือเป็นนักเตะที่เล่นได้หลายแทคติกตามที่ ราเยวัช ได้มอบหมาย

ผลงาน : ผ่าน


สรรวัชญ์ เดชมิตร

นี่คือคนที่มีโอกาสลุ้นคว้ารางวัล MVP ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 หลังจากระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแรก ที่เล่นได้อย่างเนียนตา ไม่ว่าจะการครอบครองบอลหรือจ่ายบอลที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของเจ้าตัวในการเล่นฟุตบอล

ผลงาน : ท็อปฟอร์ม


สุมัญญา ปุริสาย

ได้ลงสนาม 2นัดในการเป็นสำรองช่วงท้ายเกม ที่แทบไม่มีเวลาให้ได้โชว์ฝีเท้ามากพอ แต่ระยะเวลาเกือบ 15 นาทีในรอบแรกที่ลงสนามก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น

ผลงาน : เวลาในสนามน้อยเกินไป


นูรูล ศรียานเก็ม

ปีกตัวจี๊ดที่ถูก ราเยวัช ใช้เป็นตัวปั่นป่วนเกมรับคู่แข่งทางริมเส้น ซึ่งเขาก็ทำได้ตามที่กุนซือชาวเซอร์เบียต้องการ แม้ว่าหลายๆจังหวะอาจจะดูติดๆขัดๆและทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันมากนัก แต่โดยรวมก็ถือว่าทำผลงานได้ดี

ผลงาน : ปรับอีกนิด


มงคล ทศไกร

นี่คือนักเตะที่ถูกโค้ชคีย์บอร์ดโจมตีมากที่สุดถึงฟอร์มการเล่นในรอบแรก เมื่อแทบทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน หลายๆจังหวะก็ขาดๆเกิดๆ ซึ่งก็อาจจะเป็นแทคติค ที่ราเยวัช ต้องการก็ได้ หากประเมินอย่างตรงไปตรงมาในรอบแรกถือว่ายังไม่ผ่าน แต่เราก็อาจจะเห็นเขาระเบิดฟอร์มในรอบต่อไปก็เป็นได้ เพราะ “จ่าเย็น” เป็นนักเตะที่มีพลังแฝงเยอะ

ผลงาน : ต้องปรับอีกเยอะ


ศศลักษณ์ ไหประโคน

22 นาทีดูจะน้อยเกิดไปสำหรับปีกดาวรุ่งคนนี้ที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรมากนักในสนาม จังหวะกระชากลากเลื้อยเล่นงานคู่แข่งก็ยังไม่มีให้เห็น อีกทั้งก็ยังดูจะประหม่าไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นก็คือความมุ่งมั่นของเขาที่พยายามจะเค้นฟอร์มออกมาให้ ราเยวัช ได้เห็น

ผลงาน : ปรับอีกนิด


ปกรณ์ เปรมภักดิ์

ลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในเกมชนะ สิงคโปร์ ทำให้แทบไม่ได้โชว์อะไรให้แฟนบอลได้เห็น ก็ยังต้องรอโอกาสต่อไปสำหรับ ปกรณ์ เปรมภักดิ์

ผลงาน : เวลาน้อยเกินไป


ศุภชัย ใจเด็ด

นี่คือดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งของ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 สำหรับ “เจ้าอาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด ดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ยิงไป 3ประตูในรอบแรก 3เกมแรกลงสนามในฐานะตัวสำรองก็แสดงให้เห็นว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัดของเขา และในเกมนัดสุดท้ายก็ลงเล่นเต็มเกม ซึ่งทั้ง4เกมที่ลงสนามก็จะเห็นว่านี่คือกองหน้าที่ครบเครื่องคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นการเก็บบอลและจังหวะทำประตู

ผลงาน : ผ่าน (เกรดA)


อดิศักดิ์ ไกรษร

8 ประตู พร้อมกับรังตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ในเวลานี้ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย ถึงความยอดเยี่ยมและความร้อนแรงของ “AK9” อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ครบเครื่องของการเป็นดาวยิง แม้ว่าตั้งแต่เกมที่สองเป็นต้นมาจะถูกกองหลังคู่แข่งประกบชนิดไม่ได้กระดิกแต่เจ้าตัวก็ฉีกหนีออกมาสร้างความอันตรายได้

ผลงาน : ท็อปฟอร์ม


ชนานันท์ ป้อมบุบผา

ได้รับโอกาสลงสนาม 2 นัด ในฐานะตัวสำรองในช่วงท้ายเกม ทำให้เวลาในการโชว์ของมีไม่มากเท่าที่ควร

ผลงาน : เวลาน้อยเกินไป


3 นักเตะที่ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม

ขณะที่ 3 นักเตะที่ยังไม่ได้ลงสนามในทัวร์นาเมนต์นี้ก็ประกอบไปด้วย สรานนท์ อนุอินทร์​ นายทวารมือสาม และ 2 แนวรับอย่าง สุพรรณ ทองสงค์ กับ เควิน ดีรมรัมย์

Powered by UFABET


ดรีมทีมแข้งเวิลด์คลาสที่จะกลายเป็นฟรีเอเยนต์ในซัมเมอร์หน้า

ดรีมทีมแข้งเวิลด์คลาสที่จะกลายเป็นฟรีเอเยนต์ในซัมเมอร์หน้า

​นี่คือ 11 นักเตะระดับโลก ที่กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า และนั่นก็ทำให้พวกเขาคงจะถูกจับตาจากทีมชั้นนำทั่วยุโรปแน่ มาดูกันว่าทั้ง 11 คนนี้เป็นใครกันบ้าง


ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เกอา (แมนฯ ยูไนเต็ด)

นี่อาจจะถือเป็นข่าวร้ายสุดๆ สำหรับแฟนบอลเรด เดวิลส์ ที่นักเตะยอดเยี่ยม 4 สมัยของสโมสร กำลังจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม ทัพปีศาจแดงยังมีเงื่อนไขสามารถต่อสัญญากับมือกาวทีมชาติสเปนโดยอัตโนมัติออกไปได้อีก 1 ฤดูกาล ทำให้นายทวารวัย 28 ปี คงไม่ได้ย้ายออกไปแบบไร้ค่าตัวในซัมเมอร์หน้าแน่

ในตอนนี้ ยังมีข่าวออกมาเรื่อยๆ ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังพยายามที่จะเจรจาเรื่องสัญญากับเด เกอา แต่นายด่านชาวสแปนิชก็ยังนิ่งเฉยในเรื่องนี้ และมันก็คงโทษเขาไม่ได้หรอก หากดูสถานการณ์ของยอดทีมจากแมนเชสเตอร์ในปัจจุบัน


แบ็คขวา : ดานี่ อัลเวส (เปแอสเช)

ในฤดูกาลนี้ อัลเวสต้องตกไปเป็นตัวสำรองของทีม หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นหน้าเข่าตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นก่อนเจ็บของแบ็คขวาวัย 35 ปี รายนี้ ยังอยู่ในระดับสูง และเจ้าตัวเองก็เพิ่งบอกว่าอยากลองไปเล่นในพรีเมียร์ลีกดู ซึ่งทีมจากอังกฤษก็น่าจะลองเสี่ยงดูกับเขาดูสักตั้ง เพราะยังไง พวกเขาก็ไม่ต้องเสียเงินสักเพนนีเดียวในการดึงตัวมาร่วมทีม (แม้อาจจะต้องเสียค่าเหนื่อยแพงสักหน่อยก็เถอะ)


เซนเตอร์แบ็ค : ดีเอโก้ โกดิน (แอตฯ มาดริด)

ปราการหลังทีมชาติอุรุกวัยรายนี้ลงเล่นให้กับทัพตราหมีมาอย่างยาวนาน และพาทีมก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ของลา ลีก้า ร่วมกับเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่า

อย่างไรก็ตาม สัญญาของโกดินดับแอตฯ มาดริด กำลังจะหมดลงในฤดูกาลนี้ และมีข่าวออกมาด้วยว่าเขาเองไม่ยอมที่จะต่อสัญญากับทีม และนี่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่แมนฯ ยูไนเต็ด, เอซี มิลาน และยูเวนตุส ซึ่งเคยตกเป็นข่าวกับตัวกองหลังวัย 32 ปี จะคว้าไปร่วมทีมได้


เซนเตอร์แบ็ค : โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (สเปอร์ส)

แฟนบอลหลายคนต่างคิดว่าอัลเดอร์ไวเรลด์จะอำลาทีมไปตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว หลังจากที่ปอเช็ตติโน่เลือกดรอปเขาไว้ที่ข้างสนามในหลายๆ เกม

อย่างไรก็ตาม ปราการหลังทีมชาติเบลเยี่ยมได้กลับมาลงสนามให้กับทีมอย่างสม่ำเสมออีกครั้งในซีซั่นนี้ แต่ทัพไก่เดือยทองก็ต้องเร่งเจรจาเรื่องสัญญากับเขาโดยเร็ว หากไม่อยากเสียดาวเตะรานี้ไปฟรีๆ เพราะกองหลังวัย 29 ปี กำลังจะหมดสัญญากับทีมในฤดูกาลนี้แล้ว และแมนฯ ยูไนเต็ด ก็น่าจะจับตาสถานการณ์ของอัลเดอร์ไวเรลด์อย่างใกล้ชิด


แบ็คซ้าย : ยาน แฟร์ทองเก้น (สเปอร์ส)

คู่หูของอัลเดอร์ไวเรลด์ที่สเปอร์สก็เป็นอีกคนที่จะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ แม้เจ้าตัวจะลงเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค แต่ด้วยความสามารถที่ลงเล่นเป็นแบ็คซ้ายได้ในบางเกม ก็ทำให้เราเลือกเขาติดทีมนี้ในตำแหน่งแบ็คซ้าย

สถานการณ์ของแฟร์ทองเก้นทำให้สเปอร์สตกอยู่ในภาวะที่ลำบาก และหากทัพไก่เดือยทองเสียสองกองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมไปในซัมเมอร์หน้า ความแข็งแกร่งในแนวรับของพวกเขาต้องลดลงไปแน่นอน และนั่นก็อาจจะทำให้ทีมหมดโอกาสลุ้นแชมป์ไปเลยก็ได้


กองกลาง : อาเดรียน ราบิโอต์ (เปแอสเช)

แม้เปแอสเชจะพยายามเจรจาเรื่องสัญญากับราบิโอต์มาหลายครั้งในรอบปีที่ผ่านมา แต่มิดฟิลด์วัย 23 ปี ก็ไม่มีทีท่าที่จะตอบตกลงด้วยเลย

ด้วยพรสวรรค์ของราบิโอต์ ทำให้ยอดทีมในยุโรปหลายทีมจับตาสถานการณ์ของเขาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบาร์เซโลน่า และโอกาสที่เจ้าตัวจะย้ายออกจากปาร์ก เดส์ แพรงส์ หลังจบฤดูกาลนี้ก็มีสูงทีเดียว


กองกลาง : มูซ่า เดมเบเล่ (สเปอร์ส)

เดมเบเล่เป็นอีกหนึ่งแข้งตัวหลักของสเปอร์สที่จะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ เขาอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2012 แต่ดูเหมือนว่าเวลาของเจ้าตัวกับทีมจะหมดลงแล้ว

ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมตกเป็นข่าวว่าจะย้ายไปโกยเงินหยวนที่จีนตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็ยังคงอยู่ในลอนดอนต่อ แต่เมื่อหมดสัญญากับทีมในฤดูกาลนี้ เขาก็อาจจะได้ย้ายไปเล่นที่แผ่นดินใหญ่จริงๆ ก็ได้


กองกลางตัวรุก : อารอน แรมซีย์ (อาร์เซนอล)

แรมซีย์มีแนวโน้มสูงมากที่จะย้ายออกจากเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในซัมเมอร์หน้า หลังอูไน เอเมรี่ ออกมาบอกว่า เขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมในอนาคต

ซึ่งมิดฟิลด์ชาวเวลส์เคยออกมาบอกว่า ตัวเองได้รับข้อเสนอจากอาร์เซนอลแล้ว ซึ่งตัวเขาก็ยินดีที่จะต่อสัญญา แต่ข้อเสนอดังกล่าวก็ถูกล้มเลิกไป เมื่อเอเมรี่พูดเรื่องอนาคตออกมา

อย่างไรก็ตาม แรมซีย์ถือเป็นกองกลางฝีเท้าดีคนหนึ่ง และก็มีข่าวออกมาด้วยว่าลิเวอร์พูลสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม แต่ตัวเต็งที่จะได้ลายเซ็นของมิดฟิลด์วัย 27 ปี รายนี้คือ บาเยิร์น มิวนิค


ปีกขวา : อาร์เยน ร็อบเบน (บาเยิร์น มิวนิค)

ร็อบเบนเป็นหนึ่งในนักเตะตัวเก๋าของบาเยิร์น มิวนิค ที่น่าจะถูกปล่อยตัวออกไปในซัมเมอร์หน้า หลังบอร์ดบริหารของสโมสรออกมาบอกว่า ต้องการเติมความสดใหม่ให้กับทีม

ซึ่งทัพเสือใต้ก็ดูเหมือนจะเตรียมการหาตัวแทนของปีกชาวดัตช์ไว้แล้ว จากการคว้าตัวอัลฟองโซ่ เดวีส์ ปีกวันเดอร์คิดวัย 18 ปี ชาวแคนาดา

แม้ร็อบเบนจะมีอายุ 34 ปีแล้ว แต่เขาก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว อดีตดาวเตะเชลซีทำไปแล้ว 3 ประตู จากการลงสนาม 8 นัดในบุนเดสลีก้าซีซั่นนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขายังไม่โรยราง่ายๆ และยังช่วยเพิ่มความสนใจให้กับทีมที่อาจจะต้องการปีกจอมตัดเข้าในช่วงซัมเมอร์หน้าด้วย


ปีกซ้าย : อองโตนี่ มาร์กซิยาล (แมนฯ ยูไนเต็ด)

จากสัญญาที่กำลังจะหมดลง ทำให้มาร์กซิยาลถือเป็นหนึ่งในแข้งที่ถูกจับตามองมากที่สุดของยุโรปในตอนนี้

ดาวเตะหน้านิ่งรายนี้ตกเป็นข่าวจะย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังมีข่าวออกมาว่าเขามีปัญหากับโจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีม แต่ท้ายที่สุด กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังลงเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวในฤดูกาลนี้

ในช่วงต้นฤดูกาล มีข่าวว่ามาร์กซิยาลเตรียมจะขยายสัญญากับทีมแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ไม่เกิดขึ้น และตอนนี้ เราก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเขาจะอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ต่อ หรือจะย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ กับทีมอื่น


กองหน้า : แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (ลิเวอร์พูล)

ในตอนแรก สเตอร์ริดจ์เหมือนจะหมดอนาคตกับลิเวอร์พูลไปแล้ว แต่ในตอนนี้ เขากลับกลายเป็นแข้งซูเปอร์ซัพคนสำคัญของทีม

สเตอร์ริดจ์ถือเป็นหนึ่งกองหน้าชั้นนำของพรีเมียร์ลีก แต่ด้วยอาการบาดเจ็บก็ทำให้เขาไม่ค่อยได้ลงสนาม แต่ในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวกลับมามีสภาพร่างกายที่ดีอีกครั้ง พร้อมกับยิงประตูสำคัญๆ ให้ทัพหงส์แดงอยู่เรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ทีมก็ยังไม่ได้ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับดาวยิงจอมเซิ้ง ทั้งที่สัญญาของเขากำลังจะหมดลงเมื่อจบซีซั่นนี้

ดูเหมือนว่าคล็อปป์อาจจะตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญากับหัวหอกวัย 29 ปี และเลือกที่จะดันดาวรุ่งอย่างโดมินิค โซลันกี้ ขึ้นมาแทน ทำให้สถานการณ์ในการย้ายทีมของสเตอร์ริดจ์ค่อนข้างเปิดกว้าง และหากเขาเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์จริง เราเชื่อว่าคงจะมีหลายทีมมารุมแย่งตัวแน่นอน

โฉมหน้า 11 ตัวจริง ทีมฟรีเอเยนต์หลังจบฤดูกาลนี้

Powered by UFABET