5 ทัวร์นาเมนต์สำคัญทีมชาติไทย ปี 2019


ภารกิจปีหมูทอง

สวัสดีปีใหม่ 2019 อย่างเป็นทางการ ขอให้ท่านผู้อ่าน โฟร์โฟร์ทู (ประเทศไทย) มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต


ในขณะที่วงการฟุตบอลไทยก็ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อเติมความสุขให้กับแฟนบอล โดยมีภารกิจสำคัญหลายอย่าง และนี่ก็คือ 5 ทัวร์นาเมนต์สำคัญของทีมชาติไทย ในปี พ.ศ.2562

เอเชียนคัพ 2019

เริ่มกันที่รายการแรก ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจนี้สำหรับ ฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รายการระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย โดยทีมชาติไทยผ่านหายหน้าหายตาไปจากรอบสุดท้ายนานเกือบ 12 ปี ที่ครั้งสุดท้ายก็คือ เอเชียนคัพ 2007 ที่ 4 ชาติมหาอำนาจอาเชียยร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

ในเอเชียนคัพ 2019 ครั้งนี้ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอ รวมกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เจ้าภาพ), บาห์เรน และ อินเดีย โดยมีโปรแกรมลงสนามแข่งขันนัดแรกกับ อินเดียในวันที่ 6 ม.ค.61 ต่อด้วยพบกับ บาห์เรน ในวันที่ 10 ม.ค.61 ก่อนจะเปิดท้ายด้วยการเจอกับเจ้าภาพในวันที่ 14 ม.ค.61

เป้าหมายของทีมชาติไทยก็คือการผ่านเข้าสู่รอบสองให้ได้เป็นครั้งแรก รวมไปถึงพยายามไปให้ไกลที่สุด ซึ่งนี่คือเป็นภารกิจสำคัญของ มิโลวาน ราเยวัช สำหรับการกู้หน้าที่ไม่สามารถพาทีมป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ได้ แน่นอนหากทำได้ตามเป้า แฟนบอลชาวไทยก็ยังจะได้พบหน้าเขาต่อไป แต่หากไม่…เก้าอี้กุนซือใหญ่ทีมชาติไทยลุกเป็นไฟแน่นอน


ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019

ใหญ่ที่สุดของทีมชาติคือฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 แต่สำหรับทีมหญิงก็คือฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งที่ 2 ของทัพ “ชบาแก้ว”

4 ปีที่แล้วในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแม้ว่าจะไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสองได้ แต่การเก็บชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยการเอาชนะ ไอเวอรี่โคสต์ 3-2 ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในเวทีระดับโลกของแข้งแม่เนื้ออ่อนไทย

ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 7 มิ.ย.-7 ก.ค.61 ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอฟ โดยมี สหรัฐอเมริกา, สวีเดน และ ซิลี เป็นคู่แข่งร่วมสาย ซึ่งถือเป็นงานยากขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะการอยู่กับทีมแชมป์เก่าอย่างหรัฐอเมริกา ขณะที่ สวีเดน ก็เป็นทีมชั้นนำของยุโรป รวมไปถึง ซิลี แม้ว่าอันดับโลกจะต่ำกว่าไทยแต่พวกเขามาในฐานะรองแชมป์โซนอเมริกาใต้ แสดงว่าต้องไม่ธรรมดา

โดยเป้าหมายของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยก็คือลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เข้าสู่รอบสองให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเธอจะทำได้ แต่ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดแรกทีมชาติไทยจะพบกันแชมป์เก่าในวันที่ 11 มิ.ย.61 ต่อด้วยการเจอกับ สวีเดน ในวันที่ 16 มิ.ย.61 และปิดท้ายเจอกับชิลีในวันที่ 20 มิ.ย.61


เอเอฟซี ยู-23 รอบคัดเลือก

ขยับลงมาที่ชุดเล็กบ้างสำหรับทีมชาติไทยชุด ยู-23 ภายใต้การคุมทัพของ อเล็กซานเดอร์ กามา ที่มีทัวร์นาเมนต์ เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2020 รอบคัดเลือก เป็นเวทีทดสอบทีม

แม้ว่ารายการนี้จะไม่ค่อยมีผลกับทีมชาติไทยเมื่อเราเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในปีหน้าแน่นอนแล้วในฐานะเจ้าภาพ ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเพราะมีโควตาไปเล่นโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเดิมพัน

เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2020 รอบคัดเลือก ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเค(K) โดยมี เวียดนาม, อินโดนีเซีย และ บรูไน เป็นเพื่อนร่วมสาย เรียกได้ว่าเป็นด่านทดสอบสำคัญก่อนเล่นรอบสุดท้ายว่าเราลูกทีมของ อเล็กซานเดอร์ กามา จะพร้อมแค่ไหน และต้องมีอะไรที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกบ้าง โดยเฉพาะการเจอกับ 2 ชาติชั้นนำในอาเซียนอย่าง เวียดนาม และ อินโดนีเซีย

การแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 22-26 มีนาคม ที่ประเทศเวียดนาม โดยทีมชาติไทยจะพบกับ อินโดนีเซีย ในวันที่ 22 มี.ค.61 ต่อด้วยการพบกัน บรูไน ในวันที่ 24 มี.ค.61 และปิดท้ายเจอกับคู่รักคู่แค้นอย่าง เวียดนาม ในวันที่ 26 มี.ค.61


ซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์

เผลอแป๊บเดียวก็มาอีกแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับ ซีเกมส์ โดยในครั้งที่ 30 จัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ และไฮไลสำคัญก็อยู่ที่ ฟุตบอลชาย ซึ่งทุกชาติต่างก็หมายปองเหรียญทองนี้

ไม่ว่าฟุตบอลทีมชาติไทยจะอยู่ในช่วงรุ่งเรืองหรือตกต่ำ เหรียญทอง คือเป้าหมายสำคัญที่เป็นไฟท์บังคัมไม่ว่าจะส่งนักเตะชุดใหญ่หรือใครเป็นโค้ชก็ต้องแชมป์สถานเดียว ถือเป็นงานที่กดดันไม่น้อย เพราะหากไม่ใช่เหรียญทอง กระแสโซเซียลก็ต้องระอุร้อนเป็นไฟ

ขณะที่ทีมหญิงก็มีเป้าหมายเดียวกันนั้นก็คือ เหรียญทอง โดยมีคู่แข่งอย่าง เวียดนาม และ เมียนมาร์​ เป็นคู่ต่อกรชาติสำคัญ แต่การที่เราเป็นทีมเดียวจากภูมิภาคนี้ที่ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย อย่างไงก็ต้องเหรียญทอง ไม่เช่นนั้นก็ถือว่าล้มเหลว


ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47

ปิดท้ายกันที่อีกหนึ่งรายการสำคัญของทีมชาติไทย นั้นก็คือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่แม้ว่าจะยังไม่มีโปรแกรมออกมาว่าจะจัดในช่วงไหน และจะเชิญชาติไหนมาฟาดแข้งบ้าง แต่นี่คือทัวร์นาเมนต์สำคัญของวงการฟุตบอลไทย

โดยในปี พ.ศ.2562 ปฏิทินฟีฟ่าเดย์ก็มีอยู่ 5 ช่วง ประกอบไปด้วย 18-26 มีนาคม, 3-11 มิถุนายน, 2-10 กันยายน, 7-15 ตุลาคม และ 11-19 พฤศจิกายน อยู่ที่ว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะจัดโปรแกรมฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ไว้ตรงไหนนั้นเอง

สิ่งที่แฟนบอลไทยอยากเห็นในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ก็คือ ย้ายไปจัดการแข่งขันในต่างจังหวัดที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลภูมิภาคต่างในประเทศได้มีโอกาสชมเกมการแข่งขันของทีมชาติไทย รวมไปถึงทีมที่เราจะเชิญมา แฟนบอลก็อยากเห็นระดับชั้นนำของโลก เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับนักเตะทีมชาติไทย


Powered by UFABET

ฝ่าฟอร์มแข้ง “ช้างศึก” รอบแรกซูซูกิคัพ 2018

ฝ่าฟอร์มแข้ง “ช้างศึก” รอบแรกซูซูกิคัพ 2018

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ในฐานะแชมป์กลุ่มบี จากผลงาน ชนะ 3 เสมอ 1 ก่อนจะเข้าไปพบกับ มาเลเซียในรอบต่อไป โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ผ่าฟอร์มของนักเตะทีมชาติไทยในรอบแรกที่ผ่านมา ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไรบ้าง

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

เริ่มกันที่ตำแหน่งผู้เฝ้าประตู ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้ออกตัวตัวจริงใน เกมแรก ก็นับว่าปฏิบัติภารกิจก้าวหน้า เก็บคลีนซีดเซียวได้ นัดหมายในเกมเปิดบ้านชนะ ตำหนิมอร์ฯ 7-0 ซึ่งก็เกือบจะไม่ค่อยได้ปฏิบัติภารกิจอะไร ระหว่างที่เกมชนะ อินโดนีเซีย เสียไป ประตู ก็ดูเหมือนจะทำให้ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่นไปบ้าง แม้กระนั้นฟอร์มโดยรวมก็ยังอยู่ในกฏเกณฑ์ที่ดี

ผลงาน : ปรับอีกนิด


ฉัตรชัย บุตรพรม

นี่เป็นนายทวารที่ถูกแฟนบอลคนไทยเชียร์ให้ยึดมือชั้นยอดเยอะที่สุด โดยเขาได้ลงไปในสนาม เกม โดยเกมแรกเสียไป ประตูที่หลายท่านเห็นว่าคงจะทำเป็นดีมากยิ่งกว่านี้ ในตอนที่เกมลำดับที่สองก็เก็บคลีนซีดเซียวได้ ซึ่ง “เจ้าบอย” ฉัตรชัย ก็มีจังหวะเซฟหลักๆหลายครา ช่วงเวลาเดียวกันก็มีจังหวะลูกเหวให้มองเห็นอยู่บ้าง รอบถัดไปก็จะต้องมีสมาธิให้มากมายว่านี้

ผลงาน : ปรับอีกนิด


เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว

กัปตันกลุ่มชาติไทยลงไปในสนามตัวจริงครบทุกเกม พร้อมทั้งเป็นส่วนสำคัญของเกมรับให้กับกลุ่มชุดนี้ ซึ่งในรอบแรกก่อนหน้าที่ผ่านมาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบางจังหวะที่บกพร่องไปบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งบอล แต่ว่าจังหวะเข้าสกัดรวมทั้งอ่านเกมก็นับว่าทำเป็นอย่างดีเยี่ยม

ผลงาน : ผ่าน


พรรษา เหมวิบูลย์

มิได้เล่นแค่นัดแรกเกมเดียวสำหรับ พรรษา เหมวิบูลย์ จากนั้นก็ยึดตัวหลักตลอดใน เกมข้างหลัง พร้อมด้วยทำผลงานได้ดีเยี่ยมในเกมรับที่ติดต่อประสานงานกับ เฉลิมพงษ์ ได้อย่างพอดี ที่สำคัญก็ขึ้นมาทำแต้มในจังหวะเซตเพลย์ได้ 2ลูกในรอบแรก

ผลงาน : ผ่าน


มานูเอล ทอม เบียห์ร

โชคร้ายที่เล่นได้เพียงแต่เกมเดียวในนัดที่ชนะ ติมอร์ฯ 7-0 ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บจนจะต้องถอนตัวออกมาจากกลุ่มชุดนี้ ซึ่ง 90 นาทีในรายการนี้ของ มานูเอล ทอม เบียห์ร ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ดิบได้ดี หยุดเกมรุกของติมอร์ฯ ได้อยู่มือ

ผลงาน : ผ่าน


กรกช วิริยะอุดมศิริ

ยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวหลักให้กับทีมตลอดในรอบแรก ลงสนามครบทั้ง 4 เกม ซึ่งอาจจะไม่ใช่แบ็คสไตล์จอมบุ๊ค แต่ความแม่นยำในการวางบอลของเจ้าตัวก็เป็นทีเด็ดของทีมได้ในหลายจังหวะ ขณะที่เกมรับก็ทำได้อย่างดีในการหยุดเกมรุกคู่แข่ง

ผลงาน : ผ่าน


ฟิลิป โรลเลอร์

แบ็คขวาจอมบุกเล่นแบบเต็มเกมใน 3นัดแรก ส่วนเกมล่าสุดก็ลงสำรองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่ง ฟิลิป โรลเลอร์ ก็ถือว่าทำผลงานได้ดี แม้ว่าจังหวะเติมเกมบุกช่วยทีมจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง แต่หลายๆครั้งที่เจ้าตัวเติมก็สร้างความปั่นป่วนให้กับเกมรุกคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ขณะที่เกมรับก็เอาชนะคู่แข่งได้ตลอด

ผลงาน : ผ่าน


มิก้า ชูนวนศรี

ได้ลงสนามในเกมนัดสุดท้ายที่เอาชนะ สิงคโปร์ 3-0 สำหรับ มิก้า ชูนวนศรี ซึ่งก็ทำผลงานได้ดี นั้นก็ทำให้อุ่นใจสำหรับตำแหน่งแบ็คขวา ที่ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิป หรือ มิก้า ใครลงสนามก็ได้

ผลงาน : ผ่าน


ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

ตัวตัดเกมที่ดีที่สุดของเมืองไทยในเวลานี้ สำหรับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์​ โดยในรอบแรกที่ผ่านมาก็เล่นได้อย่างดุดันในจังหวะเข้าสกัดบอลทำลายเกมคู่ต่อสู่ ถือเป็นคนที่ช่วยแบ่งเบาภาระของแผงกองหลังได้เป็นอย่างดี มีเพียงเกมที่บุกเสมอ ฟิลิปปินส์ 1-1 เท่านั้นที่ดูจะลดความดุดันลงไปก็เนื่องจากมีใบเหลือติดตัวตั้งแต่ต้นเกม

ผลงาน : ผ่าน


ธนบูรณ์ เกษารัตน์

นี่คือกองกลางที่เป็นตัวเชื่อมเกมให้กับทีม มีส่วนทั้งจังหวะการเล่นเกมรับและจังหวะช่วยสนับสนุนเกมรุก แม้ว่าจะไม่โดดเด่น แต่ก็เป็นเหมือนคนที่ค่อยปิดทองหลังพระ ซัพพอร์ตให้ ฐิติพันธ์ และ สรรวัชร์​ได้ระเบิดฟอร์มอย่างเต็มที่

ผลงาน : ผ่าน


ปกเกล้า อนันต์

ลงสนาม 3 นัดในรอบแรก โดยเป็นการออกสตาร์ทตัวจริง 1 เกม ก็ถือว่าทำผลงานได้ตามมาตรฐาน เก็บบอลและประสานงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี พร้อมกับยิงไป 1ลูกในเกมชนะ อินโดนีเซีย 4-2 ถือเป็นนักเตะที่เล่นได้หลายแทคติกตามที่ ราเยวัช ได้มอบหมาย

ผลงาน : ผ่าน


สรรวัชญ์ เดชมิตร

นี่คือคนที่มีโอกาสลุ้นคว้ารางวัล MVP ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 หลังจากระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแรก ที่เล่นได้อย่างเนียนตา ไม่ว่าจะการครอบครองบอลหรือจ่ายบอลที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของเจ้าตัวในการเล่นฟุตบอล

ผลงาน : ท็อปฟอร์ม


สุมัญญา ปุริสาย

ได้ลงสนาม 2นัดในการเป็นสำรองช่วงท้ายเกม ที่แทบไม่มีเวลาให้ได้โชว์ฝีเท้ามากพอ แต่ระยะเวลาเกือบ 15 นาทีในรอบแรกที่ลงสนามก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น

ผลงาน : เวลาในสนามน้อยเกินไป


นูรูล ศรียานเก็ม

ปีกตัวจี๊ดที่ถูก ราเยวัช ใช้เป็นตัวปั่นป่วนเกมรับคู่แข่งทางริมเส้น ซึ่งเขาก็ทำได้ตามที่กุนซือชาวเซอร์เบียต้องการ แม้ว่าหลายๆจังหวะอาจจะดูติดๆขัดๆและทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันมากนัก แต่โดยรวมก็ถือว่าทำผลงานได้ดี

ผลงาน : ปรับอีกนิด


มงคล ทศไกร

นี่คือนักเตะที่ถูกโค้ชคีย์บอร์ดโจมตีมากที่สุดถึงฟอร์มการเล่นในรอบแรก เมื่อแทบทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน หลายๆจังหวะก็ขาดๆเกิดๆ ซึ่งก็อาจจะเป็นแทคติค ที่ราเยวัช ต้องการก็ได้ หากประเมินอย่างตรงไปตรงมาในรอบแรกถือว่ายังไม่ผ่าน แต่เราก็อาจจะเห็นเขาระเบิดฟอร์มในรอบต่อไปก็เป็นได้ เพราะ “จ่าเย็น” เป็นนักเตะที่มีพลังแฝงเยอะ

ผลงาน : ต้องปรับอีกเยอะ


ศศลักษณ์ ไหประโคน

22 นาทีดูจะน้อยเกิดไปสำหรับปีกดาวรุ่งคนนี้ที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรมากนักในสนาม จังหวะกระชากลากเลื้อยเล่นงานคู่แข่งก็ยังไม่มีให้เห็น อีกทั้งก็ยังดูจะประหม่าไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นก็คือความมุ่งมั่นของเขาที่พยายามจะเค้นฟอร์มออกมาให้ ราเยวัช ได้เห็น

ผลงาน : ปรับอีกนิด


ปกรณ์ เปรมภักดิ์

ลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในเกมชนะ สิงคโปร์ ทำให้แทบไม่ได้โชว์อะไรให้แฟนบอลได้เห็น ก็ยังต้องรอโอกาสต่อไปสำหรับ ปกรณ์ เปรมภักดิ์

ผลงาน : เวลาน้อยเกินไป


ศุภชัย ใจเด็ด

นี่คือดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งของ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 สำหรับ “เจ้าอาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด ดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ยิงไป 3ประตูในรอบแรก 3เกมแรกลงสนามในฐานะตัวสำรองก็แสดงให้เห็นว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัดของเขา และในเกมนัดสุดท้ายก็ลงเล่นเต็มเกม ซึ่งทั้ง4เกมที่ลงสนามก็จะเห็นว่านี่คือกองหน้าที่ครบเครื่องคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นการเก็บบอลและจังหวะทำประตู

ผลงาน : ผ่าน (เกรดA)


อดิศักดิ์ ไกรษร

8 ประตู พร้อมกับรังตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ในเวลานี้ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย ถึงความยอดเยี่ยมและความร้อนแรงของ “AK9” อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ครบเครื่องของการเป็นดาวยิง แม้ว่าตั้งแต่เกมที่สองเป็นต้นมาจะถูกกองหลังคู่แข่งประกบชนิดไม่ได้กระดิกแต่เจ้าตัวก็ฉีกหนีออกมาสร้างความอันตรายได้

ผลงาน : ท็อปฟอร์ม


ชนานันท์ ป้อมบุบผา

ได้รับโอกาสลงสนาม 2 นัด ในฐานะตัวสำรองในช่วงท้ายเกม ทำให้เวลาในการโชว์ของมีไม่มากเท่าที่ควร

ผลงาน : เวลาน้อยเกินไป


3 นักเตะที่ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม

ขณะที่ 3 นักเตะที่ยังไม่ได้ลงสนามในทัวร์นาเมนต์นี้ก็ประกอบไปด้วย สรานนท์ อนุอินทร์​ นายทวารมือสาม และ 2 แนวรับอย่าง สุพรรณ ทองสงค์ กับ เควิน ดีรมรัมย์

Powered by UFABET


สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน