UFA-TH ยกระดับทีม 4 เป้าหมาย

UFA-TH ยกระดับทีม 4 เป้าหมาย เอ็ด วู้ดเวิร์ด คนไหนที่สมควรซื้อจริง ?

UFA-TH ยกระดับทีม 4 เป้าหมาย

UFA-TH ยกระดับทีม 4 เป้าหมาย ไม่ว่าข้างหลังจบฤดูนี้กุนซือแบบถาวรคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีชื่อว่าอะไร แม้กระนั้น เดอะ ไม่ร์เรอร์ สื่อดังของเกาะอังกฤษประชาสัมพันธ์ว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของกลุ่ม (ที่ปฏิบัติภารกิจบริหารมากยิ่งกว่าประธานจริงๆ) ได้ระบุนักฟุตบอลที่เป็นวัตถุประสงค์ว่าจำต้องคว้ามาร่วมทีมให้ได้เอาไว้แล้ว 4 ราย ด้วยเหตุว่าเขาเห็นว่าขุมกำลังชุดนี้ยังไม่อดทนมากพอ

สำหรับนักฟุตบอลที่อยู่ในเรดาร์ของ วู้ดเวิร์ด นั้น ประกอบไปด้วย คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็ก นาโปลี, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ แบ็กซ้าย แอตเลติโก มาดริด, นิโคล่า มิเลนโควิช แบ็กขวา ฟิออเรนติน่า แล้วก็ ดั๊กลาส คอสต้า ดาวเตะ ยูเวนตุส ซึ่งแน่ๆว่าถ้าหากต้องการจะได้ผู้ใดกันแล้วล่ะก็ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อาจจะจำเป็นต้องชำระเงินมากมายพอสมควร

แม้กระนั้น สิ่งที่น่าดึงดูดก็คือนักฟุตบอลทั้งยัง 4 ผู้ที่ว่ามานี้ มีใครที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะคว้าตัวมาร่วมทัพจริงๆซึ่งวันนี้พวกเราจะมาทดลองพินิจพิจารณาถึงเรื่องพวกนั้นกัน

– ดั๊กลาส คอสต้า

ในกรุ๊ป 4 จุดมุ่งหมายของ วู้ดเวิร์ด นี่เป็นนักฟุตบอลที่ได้โอกาสย้ายกลุ่มสูงที่สุด ปัจจุบันนี้ คอสต้า มิได้เป็นตัวหลักของ ยูเวนตุๆส อีกต่อไป โดยจนกระทั่งในช่วงเวลานี้เขาพึ่งจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในทุกรายการเพียง 10 นัดหมาย ทำให้ “เบียงโคเนรี่” อาจไม่มีปัญหาอะไรที่จะขายเขา

เป็นที่เช้าใจกันว่า วู้ดเวิร์ด ตั้งอกตั้งใจจะให้ คอสต้า เข้ามาช่วยเหลือกลุ่มในตำแหน่งขอบเส้นฝั่งขวา ภายหลังที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดตัวเลือกที่ดีในตำแหน่งนี้ แต่ จำต้องบอกตามจริงว่า คอสต้า นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่น่าลงทุนด้วยเยอะแค่ไหน

ดาวเตะชาวบราสิเลียนเป็นพวกที่ฟอร์มไม่สม่ำเสมอ เขาบางทีก็อาจจะเคยทำแอสซิสต์ใน บุนเดสลีกา ได้ถึง 14 ครั้ง ตอนเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงฤดูกาล 2015-16 แม้กระนั้นฤดูกาลถัดมาปริมาณดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นหดลงเหลือแค่ 6 ครั้ง ระหว่างที่ตอนอยู่กับ ยูเวนเหม็นตุส ฤดูก่อน เขาบางครั้งก็อาจจะแอสซิสต์ในลีกได้ 13 คราว แต่ว่าในฤดูกาลนี้เจ้าตัวพึ่งผ่านบอลให้เพื่อนฝูงทำแต้มได้แค่เพียง 2 ครั้งแค่นั้น

ความเหมาะสมสำหรับการซื้อมาร่วมทีม : 20 เปอร์เซ็นต์

– ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ

การเป็นตัวหลักของ แอตเลติโก มาดริด ในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นตัวจริงของทีมชาติประเทศฝรั่งเศส ชุดแชมป์ บอลโลก 2018 ด้วย เป็นสิ่งที่ซ้ำเติมถึงประสิทธิภาพของ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ ได้ดีมากว่าอะไรทั้งหมด แอร์กน็องเดซ ได้รับการชมเชยอย่างยิ่งว่าเป็นเยี่ยมในยอดแบ็กซ้ายของยุคนี้ แถมเนื่องจากว่าพึ่งจะแก่ 23 ปี ทำให้เขายังแก่การใช้แรงงานได้อีกนาน

จริงอยู่ว่า ลุค ชอว์ มีดีพอที่จะเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ว่าขณะนี้ “ปีศาจแดง” ไม่มีตัวเลือกในตำแหน่งนี้มากเท่าไรนัก ด้วยเหตุดังกล่าวการได้ แอร์กน็องเดซ มาร่วมทีมก็จะถือได้ว่าเป็นการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเขาคงจะประกันการเป็นตัวจริงได้โดยทันทีด้วย

ความเหมาะสมสำหรับการซื้อมาร่วมทีม : 50 เปอร์เซ็นต์

– นิโคล่า มิเลนโควิช

ดาวเตะเลือดเซิร์บเริ่มได้รับช่องทางลงเล่นกับ ฟิออเรนติน่า ในตอนช่วงหลังของฤดูก่อน ซึ่งเขาก็ปรับปรุงฝีเท้ามาได้เรื่อยกระทั่งเปลี่ยนเป็นกำลังหลักของ “ม่วงมหากาฬ” ได้แล้ว โดยเจ้าตัวเล่นได้ทั้งยังเซนเตอร์แบ็กกับแบ็กขวา แต่ว่าชอบถูกใช้งานในตำแหน่งแบ็กขวามากยิ่งกว่า

ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดตัวเลือกในตำแหน่งนี้อย่างเห็นได้ชัด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมฟุตบอลชั่วครั้งคราวของ แมนฯ ยูไนเต็ด สลับใช้ ดีโอโก้ ดาโลต์ กับ แอชลี่ย์ ยัง ในตำแหน่งนี้ในตอนก่อนหน้านี้ ซึ่ง ยัง ไม่เหมาะสมเป็นอันมากหลักของกลุ่มในระยะยาวแล้ว ซึ่งพูดได้ว่าภายหลังจากนี้จะมีเพียงแต่ ดาโลต์ ที่เพียงพอเป็นแบ็กขวาให้กลุ่มได้

ด้วยเหตุผลดังกล่าว มิเลนโควิช ก็เลยน่าจะเป็นการลงทุนที่ดี เขาสามารถเป็นตัวเลือกตำแหน่งแบ็กขวาร่วมกับ ดาโลต์ ได้ และก็ถ้าวันไหน “ปีศาจแดง” ขาดตัวเลือกในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก มิเลนโควิช ก็พร้อมที่จะรับบทบาทนั้นด้วย

ความเหมาะสมสำหรับเพื่อการซื้อมาร่วมทีม : 55 เปอร์เซ็นต์

– คาลิดู คูลิบาลี่

คูลิบาลี่ เป็นจุดมุ่งหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังจับบังเหียนยอดกลุ่มที่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อยู่ ภายหลังที่เขาทำผลงานได้น่าประทับใจกับ นาโปลี รวมทั้งได้รับการชื่นชมจากหลายฝ่ายว่าเป็นเลิศในยอดเซนเตอร์แบ็กตอนนี้ของลีกอิตาลี

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าในขณะนี้เซนเตอร์แบ็กของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เพียงพอจะเชื่อใจแบบสม่ำเสมอได้มีเพียงแค่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เพียงแค่นั้น พวกเขาอยากได้เซนเตอร์แบ็กคุณภาพดีมาเป็นคู่ซี้ของ ลินเดอเลิฟ เพื่อทำให้กลุ่มได้โอกาสกลับไปครอบครองความโหฬารได้ เพราะฉะนั้น คูลิบาลี่ ก็เลยเป็นนักฟุตบอลที่ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าลงทุนด้วยเป็นอย่างมาก แต่ว่าหากราคาสูงเหลือเกินก็บางทีก็อาจจะจะต้องตรึกตรองสักนิด

ความเหมาะสมสำหรับเพื่อการซื้อมาร่วมทีม : 75 เปอร์เซ็นต์

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , ข่าวกีฬาทุกแมตช์ , แทงบอลเงินสด Online

UFABET เตรียมรับค่าเหนื่อย

UFABET เตรียมรับค่าเหนื่อย แพงสุดหากต่อสัญญากับแมนยู

UFABET เตรียมรับค่าเหนื่อย

UFABET เตรียมรับค่าเหนื่อย เมโทร สื่อของอังกฤษ ตีข่าวสาร ดาบิด เด เคอา มือกาว แมนฯ ยูไนเต็ด จ่อต่อสัญญากับกลุ่ม โดยเขาจะได้ค่าแรงงานเพิ่มเป็นอาทิตย์ละ 375,000 ปอนด์

ดาบิด เด เคอา ผู้เฝ้าประตูคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับกลุ่มแล้ว ตามรายงานของ เมโทร สื่อ ของเมืองผู้ดี

อนาคตของ เด เคอา เป็นใจความสำคัญที่ถูกกล่าวถึงหนักพอใช้ ภายหลังที่ผ่านมาเขายังไม่สามารถที่จะหากติกาเรื่องสัญญาระยะยาวกับทีมได้เลย โดยถึงจะมีการบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้อ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปีออกไป จนกระทั่งทำให้ส่งผลจนถึงตอนซัมเมอร์ ปี 2020 แต่ว่ามันก็เป็นการทำเพื่อได้ยืดช่วงเวลาการพูดจาข้อตกลงฉบับใหม่เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาว่ากันว่า ยูเวนตุส อยากได้เขาไปร่วมกลุ่ม

อย่างไรก็แล้วแต่ ปัจจุบัน เมโทร กล่าวว่าเมื่อตอนมกราคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด กับผู้แทนของ เด เคอา กลับมาพูดจาหัวข้อการต่อสัญญากันอีกรอบ ภายหลังที่สมัยก่อนมือกาว แอตเลติโก มาดริด ขอหยุดการพูดจาเอาไว้ก่อนในตอนที่กลุ่มทำผลงานได้ตกต่ำ เพื่อจะได้มีเวลาใคร่ครวญเหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียด และก็ช่วงนี้การคุยก็รุดหน้าไปได้ด้วยดี จนกระทั่งทำให้ เด เคอา ใกล้ที่จะต่อสัญญากับกลุ่มแล้ว

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าสัญญาฉบับใหม่นี้จะส่งผลจนกระทั่งปี 2024 แล้วก็จะก่อให้ เด เคอา ได้ค่าจ้างเพิ่มเป็นอาทิตย์ละ 375,000 ปอนด์ (ราว 15.37 ล้านบาท) จากเดิมรับอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ราวๆ 8.2 ล้านบาท) ต่ออาทิตย์ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆมันก็จะนำมาซึ่งการทำให้นายทวารวัย 28 ปี เปลี่ยนเป็นผู้เฝ้าประตูที่ได้รับค่าแรงสูงที่สุดของโลกในทันที

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

3 เหตุผลแมนยูควรตั้ง โปเช็ตติโน่ คุมทัพ

ตั้งแต่แมื่อที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขับไล่ไสส่ง โชเซ่ มูรินโญ่ ออกมาจากตำแหน่งเมื่อช่วงกลางเดือนเดือนธันวาคมก่อนหน้านี้

เว็บ UFABET ทีมมีข่าวโคมลอยโดยตลอดเกี่ยวกับการดึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เข้ามาสืบสวนตำแหน่งผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง”

เวลานี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทีมกับสัญญาจนกว่าจบฤดูกาลนี้ จะสร้างผลงานที่ทำให้สาวก “ผีแดง” เนื้อเต้นกับสถิตินำ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บความมีชัย 7 เกมรวด อย่างไรก็ดีมีผู้คนจำนวนมากเห็นว่า “น้าลูกอม” ยังขาดประสบการณ์สำหรับเพื่อการคุมทีมในระดับที่ถือว่าสูง เพราะฉะนั้นเกิดเรื่องเสี่ยงเหลือเกินที่จะตั้งให้เขาปฏิบัติภารกิจคุมกองทัพถาวร

แม้แต่ เวย์น รูนี่ย์ ตำนานกองหน้าแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยังมั่นใจว่า “พอช” เป็นผู้ที่สมควรกว่า โซลชา ด้วยเหตุว่าเขามีคุณลักษณะสำหรับการสร้างทีมที่มีสไตล์การเล่นเกมรุกดุเดือด และก็เหมือนกับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งสามารถดึงความสามารถของนักฟุตบอลดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ เหมือนกับที่เขาทำได้กับ สเปอร์ส และก็เซาธ์แฮมป์ตัน

ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเกิดกระดานบริหารจะเลือกหากุนซือที่มีประสบการณ์จำนวนมากสำหรับในการดำเนินการกุนซือในระดับที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งชื่อของ โปเช็ตติโน่ คงจะดีที่สุดที่จะนำ แมนฯ ยูไนเต็ด คืนสู่ความใหญ่โตอีกครั้ง

  • พร้อมปรับปรุงรวมทั้งเปิดโอกาสดาวรุ่ง

หนึ่งในประสิทธิภาพชั้นยอดเยี่ยมที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะพึ่งจะมีก็คือการมอบโอกาสนักฟุตบอลดาวรุ่งสำหรับการก้าวขึ้นมาเล่นกับกลุ่มชุดใหญ่

ตั้งแต่แมื่อกลุ่มลูกกรอก “คลาส ออฟ 92” แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมเปิดโอกาสบรรดาผู้เล่นวัยละอ่อนจากศูนย์ฝึกฝนเยาวชนของกลุ่มได้ลงเล่นกับกองทัพใหญ่ “ปีศาจแดง” ทั้งยังนักฟุตบอลอย่าง ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์, แกรี่-ฟิล เนวิลล์, เดวิด เบ็คแฮม และก็ นิคกี้ บัตต์ เป็นตัวอย่างที่ดียอดในการพัฒนา แล้วก็มอบโอกาสนักฟุตบอลพวกนี้ได้สัมผัสความเข้มข้นสำหรับในการเล่นกับกลุ่มชุดใหญ่

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มีสถิติที่น่าดึงดูดมากมายๆสำหรับในการเปิดโอกาสนักฟุตบอลดาวรุ่งขึ้นมาเล่นกลุ่มตัวจริง เขามอบโอกาสนักฟุตบอลในศูนย์ฝึกหัดเยาชนของ “ไก่เดือยทอง” ได้ลงสู่สนามในแมตช์สำคัญแบบไม่ลังเล อย่าง แฮร์รี่ วิงค์ส. ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, โอลิเวอร์ สคิปป์ และอีกหลายท่าน ได้ลงเล่นเปิดตัวกับกลุ่มชุดใหญ่

ถ้าหากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้ง “พอช” จับบังเหียน เชื่อมั่นได้เลยว่า นายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ พร้อมที่จะมอบโอกาสบรรดานักฟุตบอลดาวรุ่ง แล้วก็ปรับปรุงพวกเขาจนถึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสในอนาคตแน่ๆ

  • สไตล์การเล่นที่มีเสน่ห์

หนึ่งในรูปภาพลักษณ์ที่บรรเจิดของ โปเช็ตติโน่ ก็คือปรัชญาวิธีการทำกลุ่มของเขาที่เล่นการเล่นเกมบุก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายในการกุมบังเหียนของ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล แล้วก็ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่มีสไตล์การเล่นเกมรุกเลย แล้วก็ทำให้แฟนบอล “ผีแดง” รู้สึกอึดอัดการแผนรถบัสฉิ่งฉับทัวร์ของพวกเขา

สำหรับ ผู้จัดการทีมฟุตบอลเลือดอาร์เจนไตน์ เป็นผู้ที่ถูกใจการเล่นเกมที่เพียรพยายามให้นักฟุตบอลมีความเป็นจริงเป็นจัง และก็ขมีขมัน ซึ่งสิ่งพวกนี้หายไปจากกองทัพ “ผีแดง” ในตอน 2-3 ฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดย “เพียงพอช” ชอบใช้แผนที่ให้สมาชิกเล่นไล่บีบคั้น และไม่จำเป็นต้องกลัวคู่ปรับหน้าไหนทั้งหมด

นับจากที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตกลงใจเกษียณอายุตนเองจากการกุมบังเหียน “ผีแดง” บรรดาสาวก “เร้ด อาร์มี่” ไม่เคยได้มองเห็นสโมสรอันเป็นสุดที่รักเล่นบอลสนุกสนานตื่นเต้น และก็ไม่มีความกลัวอีกเลย หากว่าพวกเขาเลือกตั้ง โปเช็ตติโน่ แน่ๆว่ากลุ่มจะกลับมามีสไตล์การเล่นที่เสมือนสมัย “ป๋ากี้” อีกที

  • ความสม่ำเสมอ

ตั้งแต่แมื่อที่ โปเช็ตติโน่ เข้ามาคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในปี 2014 เขามีเปอร์เซ็นต์นำกลุ่มคว้าแชมป์กว่า 55 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนหลายชิ้นกว่า 212 เกมที่ปฏิบัติภารกิจจับบังเหียนยอดทีมแห่งถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน

นอกเหนือจากนั้น อดีตกาลผู้จัดการทีมเซาธ์หมูแฮมป์ตัน นำ สเปอร์ส จบในชั้นท็อปโฟร์ และก็ท็อปทรี ในตอน 4 ฤดูที่เขาอยู่กับสังกัดเดิม สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ยังคงขาดความเสมอต้นเสมอปลาย ในตอน 5 ฤดูก่อนหน้านี้ สมาคมจับชั้นท็อปโฟร์แค่เพียง 2 ครั้งแค่นั้น

ถ้าเกิดกระดานบริหาร “ปีศาจแดง” เห็นอนาคตในระยะยาว การเลือกตั้ง โปเช็ตติโน่ จะมีผลให้มั่นอกมั่นใจได้เลยว่า ยอดกลุ่มที่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จะจบฤดูในชั้นท็อปโฟร์อย่างสม่ำเสมอ แต่ว่าในเวลาเดียวกันพวกเขายังได้ลุ้นแชมป์ในทุกฤดูกาลที่ “พอเพียงช” จับบังเหียน

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

เอเยนต์เผยซาร์รี่จ้องดึงเปเรย์ร่าร่วมทัพ

เอเยนต์เปิดเผย เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ปรึกษา เชลซี อยากได้ โรเบร์โต้ เปเรย์ร่า มิดฟิลด์ตัวเก่ง วัตฟอร์ด ร่วมกองทัพในมกราคมนี้

เว็บ UFABET เหตุชื่นชอบลำแข้งอาร์เจนไตน์เป็นอย่างยิ่ง แต่ว่านักฟุตบอลก็ไม่ต้องการที่จะอยากย้ายทีมกลางฤดูกาล ในตอนที่ “แตนอาละวาด” ก็ไม่ต้องการปล่อยตัวไปด้วยเหมือนกัน

เซร์คิโอ ฟูร์ลัน เอเยนต์ของ โรเบร์โต้ เปเรย์ร่า กองกลางตัวเก่ง “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ 12 เดือนมกราคม ก่อนหน้านี้ ว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมฟุตบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี อยากที่จะดึงตัวนักฟุตบอลในการควบคุมดูแลของเขาไปร่วมทีมในตอนเปิดตลาดซื้อ-ขายนักฟุตบอลฤดูหนาวนี้

สตาร์อาร์เจนไตน์ทำผลงานยอดเยี่ยมกับ วัตฟอร์ด โดยยิงไปแล้ว 6 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูนี้ รวมทั้งกลายเป็นข่าวสารหัวข้อการย้ายจากถิ่นวิคาเรจ โร้ด อยู่เป็นประจำ แล้วก็ในช่วงเวลาที่มีข่าวสารว่า ซาร์รี่ พยายามคว้า กอนซาโล่ อิกวาอิน กับ เลอันโดร เปเรเดส มาแทน อัลบาโร่ โมราต้า กับ เชส ฟาเบรกาส อยู่นั้น ฟูร์ลัน ก็เปิดเผยว่า เปเรย์ร่า เป็นวัตถุประสงค์ของ เชลซี ในตอนม.ค.นี้ด้วยด้วยเหมือนกัน

“พวกเราชอบที่ปรึกษาชาวอิตาลีหรือไม่? ง่ายสุดๆ เขาเป็น วอลเตอร์ มาซซาร์รี่ แต่ว่าผมก็จะพูดว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ใช่ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องย้ายกลุ่มในม.ค.? ในตลาดนักฟุตบอลคุณเป็นไปไม่ได้บอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ว่าผมก็ต้องการที่จะตัดหัวข้อนี้ออกไปราวกับเช่นทุกคราว”

“มักซี่ ไม่ต้องการย้ายทีมขณะที่ยุ่งยากอย่างงี้ เขาจดจ่ออยู่กับ วัตฟอร์ด และก็สโมสรก็ไม่ได้อยากที่จะขายเขาออกไปในตอนกลางฤดู ในช่วงไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านี้ เชลซี พยายามที่จะคว้าตัวเขา มันเป็นความเป็นจริง แต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรที่ผิดสัญญา”

“มักซี่ เป็นนักฟุตบอลที่ ซาร์รี่ รู้สึกชื่นชอบ แม้พวกเขาไม่เคยร่วมงานกันมาก่อนก็ตาม ผมเคยบอกประเด็นนี้กับ ออเรลิโอ เด ลอเรนติส (ประธานสโมสร นาโปลี) มันดูเหมือนทุกสิ่งสำเร็จเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ว่าแล้วหลังจากนั้นการย้ายไปร่วมทีม ยูเว่ ของ อิกวาอิน ก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงในทันที” ฟูร์ลัน กล่าว

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

แฟร์นันดินโญ่เชื่อลิเวอร์พูลเจอความกดดัน

แฟร์นันดินโญ่ มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อ หงส์แดง จะบีบคั้นหนักแน่ในตอนที่เหลือของฤดูกาล

เว็บ UFABET หลังถูก “เรือใบสีฟ้า” ไล่เข้ามาใกล้แล้ว ชี้ไม่ใช้ว่าจะง่ายที่จะรั้งผู้นำฝูงไปตลอดรอดฝั่ง เหตุจำต้องชนะให้ได้ทุกนัดหมายที่เหลืออยู่

แฟร์นันดินโญ่ กองกลาง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สมาคมมหาเศรษฐีที่ศึกพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 5 เดือนมกราคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา ว่า เขามั่นใจว่า “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง กลุ่มผู้นำฝูง จะตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมาก ภายหลังที่ปัจจุบันถูกสังกัดเดิมของตนเองไล่มาจนกระทั่งเหลือตามหลังเพียงแค่ 4 คะแนนแค่นั้น

เซร์คิโอ อเกวโร่ และก็ ลีรอย ซาเน่ ยิงคนละประตูช่วยทำให้ แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ หงส์แดง 2-1 ในเกมที่เอตำหนิฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้านี้ จนกระทั่งทำให้ในตอนนี้ “เรือใบสีฟ้า” ลดช่องว่างลงจากหัวหน้าฝูงพรีเมียร์ลีกเหลือแค่ 4 คะแนน

ในขณะที่ “ลิเวอร์พูล” มิได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 1990 รวมทั้ง แฟร์นันดินโญ่ ก็เชื่อว่าความคาดหวังอย่างมากมายจะเปลี่ยนเป็นแรงกดดันสำหรับกลุ่มของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในตอนที่เหลือของฤดูนี้

“4 คะแนนจะเกิดเรื่องน่าสนใจสำหรับช่วงที่เหลือของฤดูนี้สำหรับทั้ง 2 ทีม พวกเขายังนำอยู่และก็พวกเขาก็มีอีกหลายเกมให้เล่น มันไม่ใช่ง่ายที่จะนำเป็นผู้นำฝูง เนื่องจากแรงกดดันมีสูงมากมาย คุณจำต้องชนะทุกเกม ซึ่งพวกเราจะได้ทราบกันว่ากำเนิดอะไรขึ้น” สตาร์ทีมชาติบราซิล กล่าว

แฟร์นันดินโญ่ เป็นหนึ่งในนักฟุตบอล แมนฯ ซิตี้ ที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมเมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้านี้ ภายหลัง “เรือใบสีฟ้า” เล่นได้ไม่ดีนักในช่วงหลัง

“มันเป็นการดีที่ได้มีส่วนร่วม เกมที่ยอดเยี่ยมในการพบกับจ่าฝูง พวกเราได้โอกาสที่จะโชว์ประสิทธิภาพภายหลังจากผลของการแข่งขันที่เลวร้าย 2 นัดหมาย พวกเรากลับมาอยู่บนทางแล้วก็คว้าแชมป์ กลุ่มเล่นเกมที่ดีรวมทั้งนี่เป็นหนึ่งในเกมสำคัญที่สุดของพวกเรา มันเป็นเกมที่ดีเลิศสำหรับทุกคน แล้วก็แน่ๆว่าสำหรับแฟนคลับพวกเขาตื่นเต้นมากมาย และผมก็แฮปปี้ด้วยกับพวกเขา” ดาวเตะแซมบ้า กล่าว

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

5 ทัวร์นาเมนต์สำคัญทีมชาติไทย ปี 2019


ภารกิจปีหมูทอง

สวัสดีปีใหม่ 2019 อย่างเป็นทางการ ขอให้ท่านผู้อ่าน โฟร์โฟร์ทู (ประเทศไทย) มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต


ในขณะที่วงการฟุตบอลไทยก็ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อเติมความสุขให้กับแฟนบอล โดยมีภารกิจสำคัญหลายอย่าง และนี่ก็คือ 5 ทัวร์นาเมนต์สำคัญของทีมชาติไทย ในปี พ.ศ.2562

เอเชียนคัพ 2019

เริ่มกันที่รายการแรก ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจนี้สำหรับ ฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รายการระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย โดยทีมชาติไทยผ่านหายหน้าหายตาไปจากรอบสุดท้ายนานเกือบ 12 ปี ที่ครั้งสุดท้ายก็คือ เอเชียนคัพ 2007 ที่ 4 ชาติมหาอำนาจอาเชียยร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

ในเอเชียนคัพ 2019 ครั้งนี้ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอ รวมกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เจ้าภาพ), บาห์เรน และ อินเดีย โดยมีโปรแกรมลงสนามแข่งขันนัดแรกกับ อินเดียในวันที่ 6 ม.ค.61 ต่อด้วยพบกับ บาห์เรน ในวันที่ 10 ม.ค.61 ก่อนจะเปิดท้ายด้วยการเจอกับเจ้าภาพในวันที่ 14 ม.ค.61

เป้าหมายของทีมชาติไทยก็คือการผ่านเข้าสู่รอบสองให้ได้เป็นครั้งแรก รวมไปถึงพยายามไปให้ไกลที่สุด ซึ่งนี่คือเป็นภารกิจสำคัญของ มิโลวาน ราเยวัช สำหรับการกู้หน้าที่ไม่สามารถพาทีมป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ได้ แน่นอนหากทำได้ตามเป้า แฟนบอลชาวไทยก็ยังจะได้พบหน้าเขาต่อไป แต่หากไม่…เก้าอี้กุนซือใหญ่ทีมชาติไทยลุกเป็นไฟแน่นอน


ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019

ใหญ่ที่สุดของทีมชาติคือฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 แต่สำหรับทีมหญิงก็คือฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งที่ 2 ของทัพ “ชบาแก้ว”

4 ปีที่แล้วในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแม้ว่าจะไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสองได้ แต่การเก็บชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยการเอาชนะ ไอเวอรี่โคสต์ 3-2 ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในเวทีระดับโลกของแข้งแม่เนื้ออ่อนไทย

ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 7 มิ.ย.-7 ก.ค.61 ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอฟ โดยมี สหรัฐอเมริกา, สวีเดน และ ซิลี เป็นคู่แข่งร่วมสาย ซึ่งถือเป็นงานยากขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะการอยู่กับทีมแชมป์เก่าอย่างหรัฐอเมริกา ขณะที่ สวีเดน ก็เป็นทีมชั้นนำของยุโรป รวมไปถึง ซิลี แม้ว่าอันดับโลกจะต่ำกว่าไทยแต่พวกเขามาในฐานะรองแชมป์โซนอเมริกาใต้ แสดงว่าต้องไม่ธรรมดา

โดยเป้าหมายของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยก็คือลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เข้าสู่รอบสองให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเธอจะทำได้ แต่ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดแรกทีมชาติไทยจะพบกันแชมป์เก่าในวันที่ 11 มิ.ย.61 ต่อด้วยการเจอกับ สวีเดน ในวันที่ 16 มิ.ย.61 และปิดท้ายเจอกับชิลีในวันที่ 20 มิ.ย.61


เอเอฟซี ยู-23 รอบคัดเลือก

ขยับลงมาที่ชุดเล็กบ้างสำหรับทีมชาติไทยชุด ยู-23 ภายใต้การคุมทัพของ อเล็กซานเดอร์ กามา ที่มีทัวร์นาเมนต์ เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2020 รอบคัดเลือก เป็นเวทีทดสอบทีม

แม้ว่ารายการนี้จะไม่ค่อยมีผลกับทีมชาติไทยเมื่อเราเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในปีหน้าแน่นอนแล้วในฐานะเจ้าภาพ ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเพราะมีโควตาไปเล่นโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเดิมพัน

เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2020 รอบคัดเลือก ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเค(K) โดยมี เวียดนาม, อินโดนีเซีย และ บรูไน เป็นเพื่อนร่วมสาย เรียกได้ว่าเป็นด่านทดสอบสำคัญก่อนเล่นรอบสุดท้ายว่าเราลูกทีมของ อเล็กซานเดอร์ กามา จะพร้อมแค่ไหน และต้องมีอะไรที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกบ้าง โดยเฉพาะการเจอกับ 2 ชาติชั้นนำในอาเซียนอย่าง เวียดนาม และ อินโดนีเซีย

การแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 22-26 มีนาคม ที่ประเทศเวียดนาม โดยทีมชาติไทยจะพบกับ อินโดนีเซีย ในวันที่ 22 มี.ค.61 ต่อด้วยการพบกัน บรูไน ในวันที่ 24 มี.ค.61 และปิดท้ายเจอกับคู่รักคู่แค้นอย่าง เวียดนาม ในวันที่ 26 มี.ค.61


ซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์

เผลอแป๊บเดียวก็มาอีกแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับ ซีเกมส์ โดยในครั้งที่ 30 จัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ และไฮไลสำคัญก็อยู่ที่ ฟุตบอลชาย ซึ่งทุกชาติต่างก็หมายปองเหรียญทองนี้

ไม่ว่าฟุตบอลทีมชาติไทยจะอยู่ในช่วงรุ่งเรืองหรือตกต่ำ เหรียญทอง คือเป้าหมายสำคัญที่เป็นไฟท์บังคัมไม่ว่าจะส่งนักเตะชุดใหญ่หรือใครเป็นโค้ชก็ต้องแชมป์สถานเดียว ถือเป็นงานที่กดดันไม่น้อย เพราะหากไม่ใช่เหรียญทอง กระแสโซเซียลก็ต้องระอุร้อนเป็นไฟ

ขณะที่ทีมหญิงก็มีเป้าหมายเดียวกันนั้นก็คือ เหรียญทอง โดยมีคู่แข่งอย่าง เวียดนาม และ เมียนมาร์​ เป็นคู่ต่อกรชาติสำคัญ แต่การที่เราเป็นทีมเดียวจากภูมิภาคนี้ที่ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย อย่างไงก็ต้องเหรียญทอง ไม่เช่นนั้นก็ถือว่าล้มเหลว


ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47

ปิดท้ายกันที่อีกหนึ่งรายการสำคัญของทีมชาติไทย นั้นก็คือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่แม้ว่าจะยังไม่มีโปรแกรมออกมาว่าจะจัดในช่วงไหน และจะเชิญชาติไหนมาฟาดแข้งบ้าง แต่นี่คือทัวร์นาเมนต์สำคัญของวงการฟุตบอลไทย

โดยในปี พ.ศ.2562 ปฏิทินฟีฟ่าเดย์ก็มีอยู่ 5 ช่วง ประกอบไปด้วย 18-26 มีนาคม, 3-11 มิถุนายน, 2-10 กันยายน, 7-15 ตุลาคม และ 11-19 พฤศจิกายน อยู่ที่ว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะจัดโปรแกรมฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ไว้ตรงไหนนั้นเอง

สิ่งที่แฟนบอลไทยอยากเห็นในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ก็คือ ย้ายไปจัดการแข่งขันในต่างจังหวัดที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลภูมิภาคต่างในประเทศได้มีโอกาสชมเกมการแข่งขันของทีมชาติไทย รวมไปถึงทีมที่เราจะเชิญมา แฟนบอลก็อยากเห็นระดับชั้นนำของโลก เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับนักเตะทีมชาติไทย


Powered by UFABET

เจาะลึกทัพ ”หงส์เเดง” ยุคไร้เทียมทานหลังผ่านครึ่งซีซั่น


หรือเขาจะมาแน่?

บทวิเคราะห์ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกอังกฤษในขณะนี้ หลังจากผ่านครึ่งทางของฤดูกาล 2018/19


พรีเมียร์ลีก ผ่านไป 19 นัด ลิเวอร์พูล จบครึ่งฤดูกาลแรกไปอย่างเกินความคาดหมาย นำเป็นจ่าฝูง ชนะ 16 นัด เสมอ 3 นัด ยังไม่แพ้ใคร นำอันดับ 2 ที่กลับกลายเป็น สเปอร์ส อยู่ 6 แต้ม

51 แต้ม ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ได้มาหลังผ่านการเล่นไป 19 นัด และลองย้อนกลับไปว่าหงส์แดงแข่งกี่นัดถึงจะเก็บได้ 51 แต้ม

2017-2018: 26 นัด

2016-2017: 27 นัด

2015-2016: 32 นัด

2013-2014 (จบที่ 2): 26 นัด

2008-2009 (จบที่ 2): 24 นัด


แผนการเล่น

ลิเวอร์พูล ยึดในแผนการเล่น 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 มาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล จังหวะการเล่น อาจจะไม่ได้เร้าใจ หรือ เพรซซิ่งคู่แข่งตลอด 90 นาที ก็จริง แต่ฤดูกาลนี้ ด้วยความมั่นใจในเกมรับ ลิเวอร์พูล รู้จักใช้จังหวะในการคุมเกม และเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ต่อบอลเข้ามาบ้าง แต่จะไม่ให้นานเกิน 5-10 นาที ก่อนที่จะกลับมาครองบอลอีกรอบ ซึ่งเป็นแผนการเล่นที่ค่อนข้างสมดุล


มีการหมุนเวียนนักเตะทั้งหมด 21 คน ลงในสนาม

  • ผู้รักษาประตูใช้เพียงคนเดียว คือ อลิซซอน (19 นัด = 1,710 นาที)
  • แบ็คขวา มีการหมุนเวียนสลับกัน ทั้งโกเมซ และไคลน์ในระยะหลัง โดยใช้ เทรนด์ อาโนลด์ มากที่สุด (14 นัด = 1,234 นาที) แต่แบ็คซ้าย เป็น แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เป็นหลัก (17 นัด = 1,522 นาที)
  • เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ฟาน ไดจ์ เป็นตัวหลัก (19 นัด = 1,675 นาที) และสลับอีกคนมาคอยยืนคู่ตามอาการบาดเจ็บ
  • กองกลาง ลิเวอร์พูล สลับหมุนเวียนกองกลาง 6 คน (รวมลัลลาน่า) + 1 ชากิรี่ ลงใน 3 ตำแหน่ง แต่คนที่ได้ลงสนามมากที่สุด คือ ไวจ์นัลดุม (18 นัด = 1,430 นาที) รองลงมาเป็น เจมส์ มิลเนอร์ (16 นัด = 1,068 นาที)
  • กองหน้า ลิเวอร์พูล แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง สามประสานแดนหน้า โดยทั้ง ซาล่าห์ (19 นัด = 1,579 นาที) เฟอร์มิโน่ (19 นัด = 1,431 นาที) และ มาเน่ (17 นัด = 1,438 นาที)

นักเตะยอดเยี่ยม

นักเตะทุกคนของลิเวอร์พูลล้วนมีส่วนทำให้ลิเวอร์พูลบินสูงอยู่ในขณะนี้ แต่สถิติลงสนามด้านบน เป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่า ใครควรจะได้รับเครดิตมากที่สุดตรงนี้ของลิเวอร์พูล

  1. อลิซซอน ลงสนาม 19 นัด ไม่เสียประตู 12 นัด และเสียไปเพียง 7 ประตู ถือเป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของ อลิซซอน เป็นอย่างดี โดย เมือเทียบกับ เกป้า (ไม่เสียประตู 8 นัด) และ เอเดอร์ซอน (ไม่เสียประตู 8 นัด) อลิซซอน ยังทำได้ดีกว่า ใน จำนวนลูกเซฟ 45-41-32 %เ ซฟสำเร็จ 86.54-71.93-68.09 ซึ่ง 2 ลูก ที่อลิซซอน เสียเกิดจากความผิดพลาดส่วนตัว ผู้เขียนเองในตอนแรกไม่คาดคิดว่า ผู้รักษาประตูแค่ 1 คน จะสามารถเปลี่ยนทีมได้มากมายเช่นนี้ และ อลิซซอน ก็ทำให้รู้สึกว่าคิดผิด…
  2. เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวสูงที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งการเสริมตัวที่ดีที่สุดของหงส์แดง จากฟอร์มการเล่นทำให้ลืมเรื่องราคาค่าตัวไปโดยปริยาย โดยเมื่อเทียบกับกองหลังที่เล่นทั้ง 19 นัด อย่าง ลาปอร์ต (แมนฯซิตี้) หรือ รูดิเกอร์ (เชลซี) ฟาน ไดค์ทำได้ดีกว่าทุกอย่าง และกลายเป็นหัวใจในเกมรับที่ลิเวอร์พูลจะขาดไปเสียไม่ได้แล้วในตอนนี้
  3. แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ใครจะคิดว่า แบ็คซ้ายตัวจิ๋ว เจ้าของค่าตัว 8 ล้านปอนด์ และกัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์ จะเข้ามาเป็นขวัญใจของเดอะค็อป ได้อย่างรวดเร็ว การลงสนามเป็นตัวหลัก 17 นัดของลิเวอร์พูล เมื่อเทียบกับ นักเตะในตำแหน่งเดียวกัน อย่าง มาร์กอส อลองโซ่ (เชลซี) หรือ ฟาน แวน โฮลท์ (คริสตัลพาเลซ) และ เบน ชิลเวลล์ (เลสเตอร์) ไม่น่าเชื่อว่า โรเบิร์ตสัน ที่ยังไม่เคยได้รับใบเหลืองแม้แต่ใบเดียว สถิติในเกมบุก เป็นรอง อลองโซ่ เพียงคนเดียว แต่เรื่องอื่นๆดีกว่าทั้งหมด และถ้าพูดถึงเรื่องความครบเครื่อง ผมเชื่อว่า เค้าน่าจะเป็นว่าที่ แบ็คซ้าย ที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษในเวลานี้ได้
  4. จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม นักเตะผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง…. นับตั้งแต่ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาอยู่กับลิเวอร์พูล ถึงแม้ว่าสถิติการยิงประตูจะดูด้อยลงไป แต่ ไวน์ดาลดุม ได้เพิ่มพลังแฝงให้กับลิเวอร์พูล มิดฟิลด์ทีมชาติฮอลแลนด์ผู้นี้ วิ่งขึ้นวิ่งลง คอยบัญชาเกม และขับเคลื่อนเกมของลิเวอร์พูลอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนกับทำให้เกมรุก และรับของลิเวอร์พูล ง่ายขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
  5. โม ซาล่าห์ ก่อนเริ่มฤดูกาล ไม่มีใครเชื่อว่า โม ซาล่าห์ จะสามารถทำได้เหมือนกับในฤดูกาลก่อน แต่ถึงแม้ว่า มันจะไม่เท่าทัดเทียมกับฤดูกาลก่อน แต่ดูเหมือนว่า โม ซาล่าห์ จะเป็นหนึ่งคนที่ลิเวอร์พูลขาดไม่ได้แล้วในตอนนี้ 12 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ เมื่อเทียบกับ อีกสองคนในแดนหน้า มาเน่ (7 ประตู 1 แอสซิสต์) กับ เฟอร์มิโน่ (4 ประตู 3 แอสซิสต์) ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลยังต้องการให้ซาล่าห์ ลงสนามเป็นตัวหลักอย่างต่อเนื่อง..และแฟนฟุตบอลทุกคนต้องภาวนาให้ ซาล่าห์มีความพร้อมในทุกๆนัด

จุดอ่อน

จุดอ่อน ของลิเวอร์พูล ซึ่งดูเหมือนปีนี้ จะเป็นการตั้งใจให้เป็นจุดอ่อน คือการเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ มีโอกาสได้ทำเกม และยิงประตู มากกว่าในฤดูกาลก่อน….

แต่ความแข็งแกร่งในเกมรับ ทำให้คู่แข่ง ได้แต่ลูกยิงที่ยาก หรือครองบอลแต่ไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก

การขึ้นนำ แต่นำไม่ขาด ในครึ่งฤดูกาลแรกไม่ส่งผลเสียมากนัก แต่ใครจะรู้ว่า ในครึ่งฤดูกาลหลังมันอาจจะเป็นปัจจัยโดยตรงกับการลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูลก็เป็นได้

อีก 1 จุดที่ลิเวอร์พูล ต้องระวัง คือ อาการบาดเจ็บของ ซาล่าห์ และ ฟานไดค์ (มาเน่) 2 คนแรก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถยอมให้มีอาการบาดเจ็บในระยะยาวได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากมีใครซักคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ มันจะส่งผลกระทบต่อลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน

กรณีของมาเน่ การมีมาเน่ ทำให้ซาล่าห์เล่นง่ายขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย


การเสริมทัพ

สองตำแหน่ง ที่ลิเวอร์พูล หากสามารถเสริมทัพได้ ควรจะได้รับการพิจารณาคือ ตำแหน่งของ ซาล่าห์ และ ฟานไดค์ นั่นเอง

ดูเหมือนว่า เปิดตลาดรอบนี้ อาจจะมีผู้เล่นให้เลือกได้ไม่มากนัก แต่ในการลุ้นแชมป์ในระยะยาว บางที 2 ตำแหน่งนี้ ก็อาจจะมีความจำเป็น ก็เป็นได้


นัดที่เหลือ

ผ่านไป 19 นัด ลิเวอร์พูล เก็บไป 51 คะแนน ในนัดที่เหลืออีก 19 นัด ตามทฤษฎี ลิเวอร์พูลสามารถทำคะแนนหล่นได้ 5 คะแนน (แพ้ 1 เสมอ 1)

คาดว่าเกมในบ้านของลิเวอร์พูล กับทีมที่ไม่ใช่ 6 อันดับแรก น่าจะเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูล ต้องเก็บชัยชนะเข้ามาอยู่ในกระเป๋าให้ได้ในเบื้องต้น เช่นเดียวกับ การไปเยือนทีมที่อยู่ในครึงล่างของตารางเช่นกัน หากเป็นไปอย่างคาด เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล จะเหลืองานที่คาดว่ายาก และอาจจะเสียแต้ม ได้อยู่ 8 นัด

(เหย้า) อาร์เซนอล, (เยือน) แมนฯซิตี้, (เยือน) ไบร์ทตัน, (เยือน) เวสต์แฮม, (เยือน) เอฟเวอร์ตัน, (เหย้า) สเปอร์ส, (เหย้า) เชลซี

(ขออนุญาต ใส่ชื่อ ไบร์ทตัน กับ เวสต์แฮม ซึ่งคิดว่าไม่ใช่งานง่ายลงไปด้วย ตามความคิดเห็นส่วนตัว)

24 แต้มในนี้ เชื่อว่า ถ้าลิเวอร์พูล เก็บได้ซัก 15 แต้ม ก็น่าจะสามารถลุ้นคว้าแชมป์ได้ นั่นแปลว่า 2 เกม กับ อาร์เซนอล และ แมนซิตี้ ที่กำลังจะเกิดขึ้น น่าจะเป็นตัวบอกความสำเร็จในฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลได้เป็นอย่างดี….


Powered by UFABET

เมื่อบุคคลใน พรีเมียร์ลีก กลายมาเป็นตัวละครในหนังช่วง คริสต์มาส

คุณอาจจะไม่เคยคาดคิดว่า พรีเมียร์ลีก และ หนังคลาสสิคในช่วงคริสต์มาสต์ จะหยิบมารวมกันได้… แต่ Huw Davies ได้ทำมันลงไปแล้ว


เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ (สเปอส์) เป็น… เควิน แม็คอัลลิสเตอร์ ใน Home Alone

ระหว่างหนังเรื่อง Gremlins, The Snowman และ Home Alone มีอะไรที่เหมือนกันรู้ไหม? ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องราวของเด็กที่อยู่ในสถานการณ์อันตราย และก็ไม่มีเรื่องไหนเทียบเท่ากับ Home Alone หนังที่ทำให้ Macaulay Calkin กลายเป็นดาราชื่อดังรวมถึง Joe Pesci ที่พึ่งได้รางวัล Oscar มาจากเรื่อง Goodfellas มาเล่นเป็นโจร

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ เควิน(โปเช็ตติโน่) ถูกทิ้งไว้ที่บ้านอย่างไม่ตั้งใจโดย พ่อแม่(ประธานสโมสร) ให้อยู่ตัวคนเดียวและต้องปกป้อง บ้าน(สโมสร) ด้วยอุบายโดยการสร้างกับดักต่างๆไม่ให้โจรเข้ามาขโมยของ(ทำให้ มุสซา ซิสโซโก้ เล่นฟุตบอลให้เก่งขึ้น)


คริส ฮิวจ์ตัน (ไบรท์ตัน) เป็น… คริส คินเกิล ใน Miracle On 34th Street

อัธยาสัยดี ใจกว้างดั่งมหาสมุทร เป็นที่รักของทุกคน และแทบจะเป็นอมตะ

คุณรู้ไหมว่า ฮิวจ์ตัน อายุถึง 60 แล้ว? เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่อายุมากที่สุดใน 4 ดิวิชั่นของลีก อังกฤษ มีมาสค็อตบางทีมที่ดูแล้วน่าจะรีไทร์ก่อนเขาอีก


มารูยาน เฟลไลนี่ (แมนฯยู) เป็น… EDWARD SCISSORHANDS

เขาเป็นตัวประหลาด และนักทำลายล้างที่ถูกทิ้งโดยผู้ที่สร้างเขาขึ้นมาโดยมีผมฟูยาวและไม่มีที่ไหนในโลกที่ไว้ใจเขา แต่สิ่งที่เขาต้องการก็แค่คนเพียงคนเดียวที่เชื่อในตัวเขา

คริสต์มาสปีนี้ เปิดใจของคุณให้กับเรื่องราวของชายผิดปกติผู้ได้ค้นพบบ้านใหม่ บุคคนที่ได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนและได้รับพลังแห่งรักช่วยให้เขาก้าวผ่านจากตัวประหลาดกลายเป็นกองหน้าตัวเป้าชั่วคราวเมื่อทีมต้องการประตู


ฌอน ไดซ์ (เบิร์นลีย์) เป็น… THE SNOWMAN

ลองจินตนาการว่าเด็กในภาพคือแฟนบอลเบิร์นลีย์ที่ได้เจอกับฮีโร่ที่เต็มไปด้วยความสุขุมเข้ามาอยู่ในชีวิตของเด็กคนนั้นและสร้างความสุขให้อย่างล้นหลาม พวกเขาเล่นด้วยกัน, พบเจอสิ่งเจ๋งๆมากมาย, ได้พบผู้คนใหม่ๆ และสุดท้ายขึ้นไปเดินอยู่กลางอากาศ ทะยานไปทั่วยุโรปสร้างการเดินทางที่ลืมไม่ลง ก่อนที่จะกลับบ้านมาฝันถึงวันพรุ่งนี้ต่อไป

แต่พอตืนขึ้นมา เจ้าตุ๊กตาหิมะสโนว์แมนได้ละลายไปแล้ว… ก็นะ อย่างน้อยประสบการณ์การไปยูโรป้าก็เป็นอะไรที่สนุกถึงแม้มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขา


ดาวิด ลุยซ์ (เชลซี) เป็น… กิซโม/สไตรป์ ใน Gremlins

มันเป็นเพื่อนมีขนที่มีหน้าตาตลกแต่ก็ดูสดใส จนกระทั่งมันสลัดคราบและทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า บางทีเหตุผลที่แท้จริงที่ บราซิล พ่ายแพ้ 7-1 ต่อ เยอรมัน ในปี 2014 เพราะว่า ฟิล สโคลารี่ บังเอิญให้อาหารกับ ลุยซ์ หลังเที่ยงคืน… และในคืนนั้นมีฝนตกลงมาอีกด้วยนะ…


โชเซ่ มูรินโญ่ เป็น… ไมเคิล เคน ในบทบาท Ebenezer Scrooge

เขาคือตาแก่หัวงอกสติเลอะเลือน…


Powered by UFABET

9 อดีตแข้งนอกไทยลีก ที่น่าหวนคืนลีกไทยอีกครั้ง

COME BACK

รวมอดีตนักเตะในโควต้าต่างชาติที่เลือกย้ายออกจากดินแดนสยามประเทศออกไปแต่เราอยากให้เขากลับมาค้าแข้งที่ ไทยลีก อีกครั้ง จะมีใครบ้าง ติดตามได้ที่นี่


โก ซุล กิ

อดีตกองกลางดีกรีแชมป์ไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ตัดสินใจกลับไปเล่นในบ้านเกิดให้กับ อินชอน ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวและ โก ก็ได้ยืนเป็นกองกลางตัวจริงให้กับทีมอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในช่วงท้ายฤดูกาลอีกด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น Sport Seoul สื่อกีฬาของ เกาหลีใต้ ออกมาเผยว่า อินชอน ยูไนเต็ด ไม่ตัดสินใจยื่นซื้อกองกลางวัย 32 ปี ไปร่วมทีมถาวร และก็เป็นสโมสรการท่าเรือ ที่จะปิดดีลดึงกองกลางชาวเกาหลีใต้ไปยืนในแผงกลางสู้ศึกฤดูกาลหน้า


แอนทอน เซมเลียนูคิน

เพลย์เมกเกอร์ชาว คีร์กีซสถาน เข้ามาแจ้งเกิดกับ ศรีษะเกษ เอฟซี ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ สุโขทัย เอฟซี ในปีต่อมา แต่เขาก็ถูกตัดชื่อออกในช่วงหมดเลกแรกอย่างรวดเร็วเนื่องจากไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมของ ‘โค้ชเบ๊’ ได้

แข้งวัย 30 ปี ตัดสินใจลาไทยลีกไปซบทีมในลีกรองของ รัสเซีย และต่อมาที่ลีกสูงสุดของ คาซักสถาน แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเหมือนเดิมทำให้ยังเป็นผู้เล่นไร้สังกัดในตอนนี้

ไม่แน่ว่าหากเขาเลือกที่จะกลับมาในไทยลีกอีกครั้ง กับทีมระดับเล็กที่เปิดโอกาสให้เขาได้เล่นอย่างอิสระอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีของเจ้าตัวในการได้กลับมาส่งสนามอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง


ฟิลิเป้ อเซโวโด้

แข้งชาว บราซิล ที่ เชียงราย ยูไนเต็ด อิมพอร์ตมาจาก ‘เซเรียอา’ ลีกสูงสุดของบราซิล และดีกรีของ ฟิลิเป้ อเซเวโด้ ก็ไม่ได้ไว้แค่ขู่ฝ่ายตรงข้ามเมื่อเจ้าตัวทำไป 27 ประตูจากการลงสนาม 38 เกมในทุกรายการ และยังมีส่วนช่วยให้ทีม ‘กว่างโซ้ง’ เถลิงคว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ในประเทศครั้งแรกของทีมจากแดนเหนือ

ขณะที่เพื่อนร่วมชาติในทีม เชียงราย อย่าง เอเวอร์ตัน และ วานเดอร์ หลุยส์ เลือกที่จะย้ายซบ ‘แข้งเทพ’ ในปีต่อมา เจ้าตัว อเซเวโด้ เองเลือกที่จะกลับไปเล่นที่บ้านเกิดเนื่องจากมีอาการโฮมซิก และเขาก็เลือกที่จะย้ายกลับไปซบทีม เซียร่า เอสซี ที่อยู่ในลีกสูงสุดเหมือนเดิม แต่ทั้งฤดูกาล ฟิลิเป้ ยิงได้เพียงแค่ 1 ประตูจากการลงสนาม 32 เกม และทีมก็อยู่รอดจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 คะแนน

ด้วยฝีเท้าที่เขาได้แสดงให้แฟนๆ เชียงราย และ ไทยลีก ได้เห็น ก็ปฏฺิเสธไม่ได้ว่าเขาคือนักเตะระดับต้นๆในดินแดนสยาม ถ้าหากว่าเจ้าตัวอยากลองดูอีกซักครั้งในต่างแดนและโหยหาความสำเร็จ ไทยลีก ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย


อันดริย่า คาลูเดโรวิช

กองหน้าสัญชาติ เซอร์เบียร์ ที่เคยมาค้าแข้งอยู่กับ การท่าเรือ ในฤดูกาล 2017 แต่ก็ทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจมากเท่าไหร่นัก ทำให้ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปร่วมทีม เวลลิงตัน ฟีนิกซ์ ในเอลีก

คาลูเดโรวิช ได้ยืนหัวหอกเป้นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอให้ต้นสังกัดใหม่ที่ดินแดนจิงโจ้ และทำประตูไป 9 ลูกจาก 23 เกมที่ลงสนาม ปัจจุบัน เข้าตัวเล่นอยู่กับทีม เดห์ลี ไดนาโม ใน อินเดียน ซูเปอร์ ลีก และจะหมดสัญญาลงในช่วงตลาดเลกสองของ ไทยลีก ถ้าหากทีมไหนที่มีปัญหาในแดนหน้า หัวหอกวัย 31 ปีรายนี้ ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ


ออสมาร์

กองหลังชาวสเปน ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดที่ไทยลีกเคยมีมา ได้บอกลา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม เอฟซี โซล และ ออสมาร์ ก็พาทีมคว้าแชมป์ เคลีก ได้ในฤดูกาล 2016 ที่เขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีม และต่อมาก็สร้างสถิติเป็นนักเตะต่างชาติที่ลงสนามมากที่สุดใน เคลีก

กองหลังชาวสเปน ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดที่ไทยลีกเคยมีมา ได้บอกลา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม เอฟซี โซล และ ออสมาร์ ก็พาทีมคว้าแชมป์ เคลีก ได้ในฤดูกาล 2016 ที่เขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีม และต่อมาก็สร้างสถิติเป็นนักเตะต่างชาติที่ลงสนามมากที่สุดใน เคลีก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ออสมาร์ ได้ย้ายไปร่วมทีม เซเรโซ่ โอซาก้า ในเจลีก และด้วยอาการบาดเจ็บที่รบกวนก็ทำให้เขาได้ลงสนามให้ นักรบซากุระ ไปแค่ 23 เกมในทุกรายการ

สัญญาของ กองหลังวัย 30 ปียังอยู่กับ เอฟซี โซล จะหมดในสิ้นปีนี้ ถ้าหาก ออสมาร์ เลือกไม่ไปหาประสบการณ์ในลีกอื่นอย่างเช่น ‘ไชนีส ซูเปอร์ลีก’ หรือเลือกค้าแข้งใน ‘เจลีก’ ต่อ การกลับมา ‘ไทยลีกง ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีหากมีทีมไหนที่มีเงินหนาพอสำหรับค่าเหนื่อยของเขา


เจย์ โบธรอย

มีข่าวออกมาว่า กองหน้า อีกคนในทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อย่าง เคน โทคุระ กำลังจะย้ายไปร่วมทีม เซเรโซ่ โอซาก้า ส่วนทางด้าน เจย์ โบธรอย ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับสัญญาใหม่ หลังจากมีข่าวออกมาว่าทีมเล็งที่จะเสริมกองหน้าบราซิลคนใหม่มาร่วมทัพในปีหน้า

และเมื่อพิจารณาถึงสไตล์การเล่นของโค้ช ‘มิช่า’ มิไฮโล เปโตรวิช ที่มักจะชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเท้าสู่เท้าบนพื้นมากกว่าเล่นลูกกลางอากาศที่เป็นจุดแข็งของกองหน้าสัญชาติ อังกฤษ ก็ทำให้เราคิดว่า โบธรอยด์ อาจจะไม่ได้เล่นร่วมกับ ชนาธิป ต่อไปในฤดูกาลหน้า

ด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไปแล้ว 36 ปี ก็อาจจะทำให้ โบธรอยด์ เลือกที่จะเล่นใน เจลีก ที่ถือว่าเขาทำได้ดีในฤดูกาลที่แล้ว หรืออาจจะกลับไปที่ อังกฤษ บ้านเกิดของเขา หรืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจ… กลับมาแก้มือใน ไทยลีก อีกครั้ง?


จูเนียร์ เนเกรา

อดีตกองหน้าชาวแซมบ้าที่ เมืองทองฯ ส่งตัวไปให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด หลังเล่นได้ไม่เข้าตาในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก และถ้วยพระราชทาน ก. แต่ เนเกา ก็กลับมากลายเป็นสุดยอดกองหน้าอีกครั้งกับ ‘โลมามหาภัย’ แต่ก็ต้องแยกทางกันเมื่อจบฤดูกาลด้วยปัญหาด้านสัญญา

เนเกา เลือกย้ายซบ แดกู เอฟซี ทีมจาก เคลีก ในปีต่อมา แต่ก็ประสบอาการบาดเจ็บยาว ได้กลับมาลงสนามแค่ช่วงหลัง แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยิงไป 10 ประตูจาก 11 เกมให้กับทีมในช่วงท้าย ก็ทำให้ในฤดูกาลต่อมา เนเกา ได้เลือกเซ็นซบ อุลซาน ฮุนได และระเบิดฟอร์ม ยิงไป 27 ประตูจาก 39 นัดที่ลงเล่น

แน่นอนว่าจากสถิติการทำประตูทั้งใน ไทยลีก และ เคลีก ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เนเกา เป็นกองหน้าที่อันตรายอย่างแท้จริง และก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับทีมที่มีปัญหาในแดนหน้า เพราะเขาจะหมดสัญญากับทีมสิ้นปีนี้ แต่เชื่อว่าค่าเหนื่อยของเจ้าตัวตอนนี้ น่าจะพุ่งขึ้นไปสูงมากแล้วแต่จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน


ราฟาเอล บาสโตส

อดีตกองหน้าของบุรีรัมย์ที่เข้ามาในเลกสองและมีส่วนช่วยให้ทีมสามารถคว้าแชมป์ ไทยลีก ฤดูกาล 2017 โดยเขามีช่วงที่ฟอร์มร้อนแรง มีส่วนร่วมในการทำประตู 5 เกมติดต่อกัน ก่อนที่จะถูกดรอปไปเป็นตัวสำรองอีกครั้งและย้ายออกจากทีมหลังอยู่ด้วยกันแค่ครึ่งเลก

ปัจจุบัน บาสโตส ค้าแข้งอยู่กับ มุมไบ ซิตี้ และยังเป็นตัวหลักของทีมที่มีส่วนช่วยให้ทีมอยู่ในอันดับ 2 ของตารางคะแนนอยู่ในตอนนี้ และเราก็คิดว่า แข้งอดีตแชมป์ไทยลีกคนนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจที่จะดึงกลับมาโลดแล่นใน ไทยลีก อีกครั้ง


กิลเบิร์ต คูมสัน

ปีกความเร็วสูงสัญชาติ กาน่า ที่มาเติบโตในเมืองไทยตั้งแต่อายุ 16 ปี จนกระทั่งเขาได้ยกระดับตัวเองไปเล่นในลีก นอร์เวย์ กับทีม ซองน์ดาล ที่เคยยืมตัวเขาไปชุบตัวอยู่ 6 เดือน ก่อนที่จะดึงตัวไปถาวรในปี 2016

แน่นอนว่าด้วย อายุ, ฝีเท้า และค่าเหนื่อยระดับ คูมสัน หลายคนอาจจะคิดว่าเขาจะกลับมาที่ ไทยลีก เพื่ออะไร? แต่เมื่อพิจารณาจากนิสัยของเจ้าตัวที่เป็นคนขี้เล่นอารมณ์ดี มีเพื่อนสนิทมากมายในช่วงที่ค้าแข้งอยู่กับ บีอีซี เทโร รวมถึง การปรับตัวเข้ากับเมืองไทยได้แล้วเพราะย้ายมาอาศัยตั้งแต่อายุยังน้อยจนพูดภาษาไทยได้ ก็ทำให้เราคิดว่า ‘ไทยลีก’ อาจจะเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้สำหรับ คูมสัน เมื่อเขามีอายุที่มากกว่านี้และอยู่ในช่วงที่โรยราแล้ว


Powered by UFABET

จัดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ โดยไร้แข้งจากทีมท็อป 6

จัดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ โดยไร้แข้งจากทีมท็อป 6

แน่นอนว่าบรรดานักเตะจากทีมใหญ่ๆ ย่อมได้รับความสนใจมากพอแล้ว เพราะฉะนั้น อเล็กซ์ คีเบิล จะมาจัดทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก โดยปราศจากแข้งจากทีมท็อป 6 ซึ่งแน่นอนว่าเรานับรวมแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยนะ

แบ็คขวา : อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ)

แบ็คขวาดาวรุ่งรายนี้ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่เต็มตัว หลังจากทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในซีซั่นที่แล้ว โดยวาน-บิสซาก้า ถือเป็นดาวรุ่งที่มีสภาพร่างกายยอดเยี่ยมมาก เขามีพร้อมทั้งความแข็งแกร่งและความเร็ว ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุที่อธิบายได้ว่า ทำไมเขาถึงมีสถิติเข้าปะทะสำเร็จต่อเกมมากที่สุดเป็นอันดับ 3 (3.8 ครั้ง/เกม) และตัดบอลสำเร็จต่อเกมมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในลีกฤดูกาลนี้ (2.7 ครั้ง/เกม)

อย่างไรก็ตาม วาน-บิสซาก้า นั้นเคยเล่นในตำแหน่งปีกมาก่อน ในช่วงที่อยู่กับอคาเดมี่ของดิ อีเกิลส์ และนั่นก็ช่วยให้เจ้าตัวมีเทคนิคที่ดี ช่วยขึ้นเกมสวนกลับให้ทีมได้ จากการออกบอลได้เฉียบคม และปัจจุบัน ดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้ ก็พัฒนาจากเด็กในอคาเดมี่ ขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญของรอย ฮอดจ์สัน ไปเป็นที่เรียบร้อย

ตัวเลือกอันดับ 2 : แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟสฯ)


เซนเตอร์แบ็ค : สตีฟ คุ้ก (บอร์นมัธ)

ในฤดูกาลนี้ เอ็ดดี้ ฮาว เปลี่ยนให้บอร์นมัธเล่นเกมสวนกลับเป็นหลัก และการเล่นในรูปแบบนี้ก็ช่วยให้กองหลังที่ไม่ได้คล่องตัวนักอย่างคุ้ก ดูแลพื้นที่น้อยลง ซึ่งนั่นก็ช่วยให้เจ้าตัวทำผลงานได้ดี ในฤดูกาลนี้ ปราการหลังวัย 27 ปี เล่นได้อย่างมั่นใจมาก และเขาก็ยังเป็นเจ้าของสถิติเคลียร์บอลต่อเกมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกด้วย (7.4 ครั้ง/เกม)

นอกจากนี้ คุ้กยังเป็นคนที่เอาชนะการเล่นลูกกลางอากาศได้มากที่สุดในทีม (3.6 ครั้ง/เกม) และดักล้ำหน้าคู่แข่งได้มากที่สุดของทีม (0.8 ครั้ง/เกม) ต้องยอมรับเลยว่า แผนการเล่นสวนกลับแบบโบราณของฮาว นั้นช่วยให้สตีฟ คุ้ก กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในซีซั่นนี้

ตัวเลือกอันดับ 2 : เชน ดัฟฟี่ (ไบร์ทตัน)


เซนเตอร์แบ็ค : วิลลี่ โบลี่ (วูล์ฟสฯ)

แม้ตอนนี้ทัพหมาป่าจะไม่ชนะใครมา 5 เกมติดต่อกัน แต่พวกเขาก็ยังมีสถิติเกมรับที่ใช้ได้เลยทีเดียว ก่อนจบเกมในสัปดาห์ที่แล้ว มีแค่เพียงทีมในท็อป 4 เท่านั้น ที่มีสถิติเสียประตูน้อยกว่าวูล์ฟสฯ โดยพวกเขามีโบลี่เป็นหัวใจในแนวรับ จากการยืนตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คฝั่งซ้ายในแผนหลัง 3

โบลี่เคยทำให้ดีเอโก้ มาราโดน่า ประทับใจมาแล้ว ในเกมที่พวกเขาเสมอแมนฯ ซิตี้ เจ้าตัวถือเป็นตัวอย่างของแข้งที่ทำผลงานได้ดีในฤดูกาลแรกที่ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อดีตกองหลังของปอร์โต้มักจะก้าวออกมาข้างหน้าแผงหลัง เพื่อเผชิญหน้ากับแนวรุกคู่แข่ง ก่อนจะเป็นคนออกบอลให้เพื่อนเล่นเกมรุกต่อ และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่โบลี่จะเป็นนักเตะที่มีสถิติตัดบอลต่อเกมได้มากที่สุดในทีม (2.2 ครั้ง/เกม) รวมถึงจ่ายบอลต่อเกมมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของทีม (45.9 ครั้ง/เกม) เป็นรองเพียง เจา มูตินโญ่ และรูเบน เนเวส สองกองกลางตัวเก่งของทีมเท่านั้น

ตัวเลือกอันดับ 2 : ฟาเบียน บัลบูเอน่า (เวสต์แฮม)


แบ็คซ้าย : โจเซ่ โฮเลบาส (วัตฟอร์ด)

แผนการเล่น 4-2-2-2 ของวัตฟอร์ด จะไม่มีทางเป็นไปได้ด้วยดี หากฟูลแบ็คของพวกเขาเติมเกมได้ไม่ดีพอ แต่แบ็คซ้ายของทีมอย่างโฮเลบาส ในวัย 34 ปี กลับทำผลงานได้เยี่ยมมากๆ เขาทำแอสซิสต์ไปแล้ว 4 ครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งเท่ากับจำนวนแอสซิสต์ของตัวเองจาก 2 ฤดูกาลที่แล้วมารวมกัน

ผลงานอันยอดเยี่ยมในด้านเกมรุกของแบ็คชาวกรีก เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล เมื่อเขาทำ 2 แอสซิสต์ ในเกมเปิดสนามลีกฤดูกาลนี้ ที่ทีมชนะไบร์ทตัน 2-0 รวมถึงทำประตูชัยในเกมกับคริสตัล พาเลซ ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม และทำแอสซิสต์อีก 2 ครั้ง ในเกมที่พวกเขาชนะสเปอร์ส 2-1

แต่หลังจากนั้น ผลงานเกมรุกของโฮเลบาสก็เริ่มเงียบลง ก่อนจะมาทำประตูได้อีกครั้งในเกมเสมอเซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 อย่างไรก็ตาม ฟอร์มโดยรวมของแบ็คซ้ายทีมชาติกรีซในฤดูกาลนี้ก็ถือว่าเยี่ยมมากจริงๆ

ตัวเลือกอันดับ 2 : ลูคัส ดีญ (เอฟเวอร์ตัน)


กองกลาง : กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน (เอฟเวอร์ตัน)

หลายๆ คนคงคิดว่า กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน จะทำผลงานได้ดีในการลงเล่นเป็นเพลย์เมคเกอร์ และสร้างความแตกต่างได้ใช่ไหม? งั้นเรายินดีด้วย พวกคุณทุกคนคิดถูกแล้ว

กองกลางทีมชาติไอซ์แลนด์รายนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ภายใต้การดูแลของมาร์โก ซิลวา เจ้าตัวทำไปแล้ว 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 14 เกมในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นสถิติที่ดีกว่าการเล่นทั้งฤดูกาลที่แล้วเสียอีก (4 ประตู 3 แอสซิสต์) และในซีซั่นนี้ ก็มีเพียงเอเดน อาซาร์, วิลเลี่ยน, ดาบิด ซิลบา และไรอัน เฟรเซอร์ เท่านั้น ที่มีสถิติสร้างโอกาสให้เพื่อนต่อเกมมากกว่าซิเกิร์ดสสัน ที่ทำได้ 2.4 ครั้ง /เกม และมันก็ช่วยให้กองหน้าอย่างริชาร์ลิสัน ทำผลงานได้ดีตามไปด้วย

ซิลวาพยายามทำทีมเอฟเวอร์ตัน โดยใช้ดาวเตะวัย 29 ปี เป็นศูนย์กลางของทีม ซึ่งนั่นเป็นการสร้างความมั่นใจให้เพลย์เมคเกอร์ชาวไอซ์แลดน์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เจ้าตัวยังถือเป็นนักเตะที่มีโอกาสทำประตูต่อเกมมากที่สุดในลีก (2.5 ครั้ง/เกม) หากนับตั้งแต่เขาย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกับสวอนซี ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2011/12

ตัวเลือกอันดับ 2 : อีดริสซ่า เกย์ (เอฟเวอร์ตัน)


กองกลาง : เจา มูตินโญ่ (วูล์ฟสฯ)

การจับคู่กันของมูตินโญ่-เนเวส ในแผงกลางของวูล์ฟสฯ ก็ช่วยให้ทีมมีสถิติเกมรับที่ยอดเยี่ยม และสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีทีเดียว ตามระบบ 3-4-3 ของนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ซึ่งตัวเนเวสเองก็เป็นที่จับตามองจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ต้นซีซั่นแล้ว (โดยเฉพาะทีเด็ดเรื่องลูกยิงไกล) แต่ดูเหมือนรุ่นพี่ร่วมชาติที่เป็นคู่หูของเขาในแดนกลางจะเป็นคนที่คุมทุกอย่างในเกมได้มากกว่า

ตามสถิติแล้ว มูตินโญ่ที่เป็นคนที่สร้างสรรค์เกมได้ดีที่สูดของวูล์ฟสฯ (จ่ายบอลจังหวะสำคัญ 2 ครั้ง/เกม) และยังเป็นคนที่เข้าปะทะสำเร็จต่อเกมมากที่สุดในทีม (3.2 ครั้ง/เกม) กองกลางทีมชาติโปรตุเกสรายนี้คุมเกมแดนกลางของทัพหมาป่าได้เป็นอย่างดี แม้นี่จะเป็นฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุดแดนผู้ดี นอกจากนี้ ดาวเตะวัย 32 ปี ยังมีทีเด็ดยามถ่างออกไปเล่นด้านข้าง จากลูกครอส และลูกเซ็ตพีซที่แม่นยำด้วย อดีตกองกลางของโมนาโกถือเป็นหัวใจสำคัญในการขึ้นเกมรุกของวูล์ฟสฯ อย่างแท้จริง

ตัวเลือกอันดับ 2 : เดแคลน ไรซ์ (เวสต์แฮม)


กองกลาง : เจมส์ แมดดิสัน (เลสเตอร์)

มันคงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ หากแมดดิสันในวัย 22 ปี จะทำผลงานได้ไม่ดีนักกับพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรกของตัวเอง ทว่ามันตรงกันข้าม อดีตมิดฟิลด์ของนอริชรายนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทัพจิ้งจอกอย่างรวดเร็ว จากการทำไป 3 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ใน 7 เกมแรกบนลีกสูงสุดแดนผู้ดี เขาดูมีความมั่นใจเวลาอยู่กับบอล มีเท้าที่คล่องแคล่ว รวมถึงหาตำแหน่งได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งนั่นช่วยให้เลสเตอร์เป็นทีมที่มีการเคลื่อนที่ดีขึ้นมาก หลังจากทีมของพวกเขาขาดหายเรื่องนี้ไป นับตั้งแต่โคลด ปูเอล เข้ามารับงาน

แมดดิสันเป็นเจ้าของสถิติสร้างโอกาสทำประตูต่อเกมมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ในลีก (2.1 ครั้ง/เกม) และถูกทำฟาวล์ต่อเกมมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ในลีก นอกจากนี้เขายังมีความสามารถในการเชื่อมเกมแดนกลางได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทีมชาติอังกฤษ ยุคแกเร็ธ เซาธ์เกต ขาดหาย ล่าสุด เพลย์เมคเกอร์ของเลสเตอร์รายนี้ ก็เพิ่งทำประตูให้ทีมชนะวัตฟอร์ด 2-0 และจากฟอร์มการเล่น แมดดิสันก็ควรจะถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกได้แล้วในปีหน้า

ตัวเลือกอันดับ 2 : เอเตียน กาปู (วัตฟอร์ด)


กองหน้าริมเส้น : โรแบร์โต้ เปเรย์ร่า (วัตฟอร์ด)

ในฤดูกาลนี้ เปเรย์ร่าทำไปแล้ว 5 ประตู จากการลงสนาม 14 เกมในลีก แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้แข้งอาร์เจนไตน์รายนี้เป็นหัวใจสำคัญของวัตฟอร์ด อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าฟอร์มการทำประตูของอดีตแข้งยูเวนตุสรายนี้ ทำเอาแฟนบอลในวิคาเรจ โร้ด ลืมชื่อริชาร์ลิสันไปเลย

ในตอนนิ้ ดาวเตะวัย 27 ปี อาจจะฟอร์มดรอปลงมาบ้าง แต่เจ้าตัวก็ทำประตูสำคัญช่วยทีมไว้ได้หลายลูก ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน หากไม่มีเขาในช่วงนั้น วัตฟอร์ดจะมีคะแนนหายไป 5 คะแนน อีกทั้งกองหน้าของทัพแตนอาละวาดก็ปืนฝืดพอสมควร หากไม่มีเปเรย์ร่าในเกมพบไบร์ทตัน, คริสตัล พาเลซ และวูล์ฟสฯ แล้ว เรามองว่าวัตฟอร์ดคงจะอยู่ในโซนครึ่งล่างของตารางแน่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าติดทีมยอดเยี่ยมของ

ตัวเลือกอันดับ 2 : วิลฟรีด ซาฮา (คริสตัล พาเลซ)


กองหน้า : ริชาร์ลิสัน (เอฟเวอร์ตัน)

หลายๆ คน คงมองว่า การที่เอฟเวอร์ตันทุ่มเงินจำนวน 50 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวริชาร์ลิสันมาจากวัตฟอร์ด คงจะเป็นดีลที่ล้มเหลวแน่ แต่ดูเหมือนคนที่คิดแบบนั้นคงต้องหน้าแตกไป เพราะดาวยิงวัย 21 ปี ทำผลงานได้ร้อนแรงทีเดียว

ดาวเตะทีมชาติบราซิลรายนี้ ได้กลับมาร่วมงานกับมาร์โก ซิลวา ที่เคยทำงานด้วยกันที่วัตฟอร์ดอีกครั้ง และตอนนี้ก็มีแนวโน้มว่า ริชาร์ลิสันจะตอบแทนเงิน 50 ล้านปอนด์ ได้คุ้มทุกเพนนี เขาทำไปแล้ว 6 ประตูในลีกฤดูกาลนี้ พร้อมกับการเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าที่กูดิสัน ปาร์ค จากที่เคยเล่นเป็นกองหน้าริมเส้นมาก่อน และผลงานที่ยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดใหม่ ก็ช่วยให้อดีตดาวเตะฟลูมิเนนเซ่ได้ติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ไปแล้ว 6 เกม พร้อมกับทำประตูไปแล้ว 3 ลูก

ริชาร์ลิสันมีคุณสมบัติครบถ้วนในการก้าวขึ้นไปเป็นกองหน้าระดับเวิลด์คลาส และเครดิตทั้งหมดก็ต้องยกให้มาร์โก ซิลวา ที่เห็นศักยภาพในตัวกองหน้าวัย 21 ปี รายนี้ และเราก็เชื่อว่า ทั้งคู่จะช่วยยกระดับเอฟเวอร์ตันให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับได้

ตัวเลือกอันดับ 2 : คัลลัม วิลสัน (บอร์นมัธ)


กองหน้าริมเส้น : ไรอัน เฟรเซอร์ (บอร์นมัธ)

ในฤดูกาลนี้ เฟรเซอร์ลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย และจัดการทะลวงแบ็คขวาของคู่แข่งจนแย่ไปหลายคน เขาเป็นอีกคนที่ได้ประโยชน์จากแผนการเล่นสวนกลับเร็ว ที่ เอ็ดดี้ ฮาว นำมาใช้กับทีมในฤดูกาลนี้ ซึ่งมันช่วยให้ปีกชาวสก็อตมีพื้นที่ในการสร้างสรรค์เกมเยอะขึ้น เฟรเซอร์มีสถิติสร้างโอกาสให้เพื่อน 2.5 ครั้ง/เกม ในซีซั่นนี้ ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของลีก

นอกจากนี้ เฟรเซอร์ยังทำแอสซิสต์มากที่สุดในลีกฤดูกาลนี้ จากการทำไปแล้ว 6 ครั้ง เท่ากับอารอน แรมซีย์ และราฮีม สเตอร์ลิ่ง รวมถึงทำไปแล้ว 3 ประตู ซึ่ง 2 ประตู มาจากเกมชนะเลสเตอร์ 4-2 อย่างไรก็ตาม ปีกทีมชาติสก็อตแลนด์ยังมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ แต่สถิติการทำประตูและแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ของเขาก็ดีกว่าสถิติในฤดูกาลก่อนๆ ของตัวเอง ทั้งที่ยังลงเล่นได้ไม่ถึงครึ่งฤดูกาลเลย และถ้าเจ้าตัวสามารถทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ ดาวเตะวัย 24 ปี ก็อาจจะได้ย้ายไปเล่นกับทีมที่ใหญ่ขึ้นในอนาคตก็ได้

ตัวเลือกอันดับ 2 : อองโตนี่ น็อกอาร์ต (ไบร์ทตัน)

Powered by UFABET


 

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน